Logan

Logan
ว่าด้วยเรื่องราวของวูล์ฟเวอรีนที่วันหนึ่งคุณสมบัติทางร่างกายเริ่มเสื่อมถอยไปตามอา
ยุและกาลเวลา ในปี 2029 มนุษย์กลายพันธุ์ตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์
โลแกนผู้โดดเดี่ยวท้อแท้ได้แต่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ
ในที่หลบภัยอันห่างไกลแถบชายแดนเม็กซิโกและหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ
จากการเป็นคนขับรถรับจ้าง เพื่อนผู้ลี้ภัยของเขาคือคาลิบันผู้ถูกเนรเทศ
รวมถึงศาสตราจารย์เอ็กซ์ซึ่งกำลังป่วยและพลังจิตถูกรบกวนจากอาการชักที่หนักขึ้น
เรื่อย ๆ
แต่แล้วโลแกนกลับต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะหลบเลี่ยงโลกภายนอกและชีวิตที่ผ่านม
า เมื่อหญิงลึกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำขอร้องเร่งด่วน
เธอขอให้โลแกนช่วยพาเด็กสาวที่มีความพิเศษคนหนึ่งไปส่งยังที่ปลอดภัย
ในไม่ช้าโลแกนก็ต้องใช้กรงเล็บเพื่อเผชิญกับพลังมืดและวายร้ายจากอดีตของเขาเอ
งในภารกิจเสี่ยงตาย
ภารกิจครั้งนี้จะนำนักสู้ผู้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานสู่หนทางเพื่อบรรลุโชคชะตาของต
นเอง

ความน่าสนใจและความพีคของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะอยู่ที่เด็กสาวสุดน่ารักอย่าง
ดาฟนี คีน (Dafne Keen)
น่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอได้สร้างผลงานบนจอเงินเลยก็ว่าได้
เธอรับบทเป็นเด็กสาวผู้มีกรงเล็บคล้ายกับวูล์ฟเวอรีน
ซึ่งความสามารถทางการแสดงของเด็กสาวคนนี้ดูแล้วไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
เริ่มตั้งแต่การเล่นหูเล่นตา การแสดงสีหน้า และการออกท่าแอคชั่นต่าง ๆ
ล้วนแล้วแต่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง และทำให้เชื่อได้จริง ๆ
ว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวที่ใช้ชีวิตบนพื้นหญ้าแล้วมีม้ายูนิคอร์นสีรุ้งเป็นฉากประกอบแน่ ๆ

นอกจากสาวน้อยสุดน่ารักแล้ว นักแสดงคนเดิมเพิ่มเติมคือความชราอย่าง ฮิวจ์
แจ็กแมน (Hugh Jackman) และ แพทริก สจ๊วต (Patrick Stewart)
ก็ยังโชว์ความสามารถทางการแสดงได้คงเส้นคงวาเสมอต้นเสมอปลาย
โดยเฉพาะลุงแพทริกที่ต้องแก่ตามบทในภาพยนตร์ก็แสดงออกมาได้เหมือนคุณปู่
อากง อาก๊ง ที่เราคุ้นตาออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ

ตั้งแต่ตัวอย่างภาพยนตร์ที่ปล่อยออกมาให้ชมก่อนหน้านี้นั้น
นอกจากจะโชว์ความสามารถของเด็กสาวคนใหม่แล้ว
ยังเน้นความรู้สึกของความแห้งเหี่ยวโรยราได้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในฉากต่าง ๆ
ตัวละครนำที่ความสามารถก็มิอาจสู้สัจธรรมทั้งสี่อย่าง อันได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้
ก็ทำให้ภาพยนตร์ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อพลังวิเศษที่ทั้งสองคนมีเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้ในตลอดทั้งเรื่อง
ล้วนให้ความรู้สึกไม่เวอร์วังอลังการจนเกินไป
เริ่มใกล้เคียงกับมนุษย์ที่ไม่มีความสามารถพิเศษมากขึ้นไปทุกที
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ให้ความรู้สึกถึงพลังการต่อสู้ที่เริ่มเสื่อมถอยลงในภาคต่อสุดท้าย

แม้ว่าโทนภาพยนตร์จะดูอึมครึมสักเล็กน้อย
แต่ดาวเด่นดวงใหม่อย่างสาวน้อยแดฟนีพร้อมกับฉากแอคชั่นที่มีมาให้ชมตลอดทั้งเรื่
อง
ก็เหมือนเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้ภาพยนตร์สร้างความน่าสนใจและตื่นเต้นได้ตลอดเวล

ในภาคนี้อาวุธที่ใช้ส่วนใหญ่ก็คงจะหนีไม่พ้นกรงเล็บอดามันเทียมของทั้งสองคนที่ตวั
ดฟันศัตรูกันฉับ ๆ บ้าระห่ำ พอ ๆ
กับการแจกกระสุนหนึ่งคนหนึ่งเม็ดในภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง John Wick: Chapter 2
เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าคอแอคชั่นก็ยังคงตอบโจทย์ความมันส์ได้เหมือนภาคเก่า ๆ…

รีวิว Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง

นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่เตรียมมาเอาใจคอหนังสยองขวัญโดยเฉพาะเลยทีเดียว สำหรับ Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ผลงานจากทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan (2016) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งทั่วเมืองกันมาแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นซอมบี้แต่ย้อนเรื่องราวไปเกิดขึ้นในเมืองโชซอนเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งได้สองซูเปอร์สตาร์แห่งเกาหลีใต้ จางดงกอน และ ฮยอนบิน มาแสดงนำ

Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกาหลีสมัยโชซอน เมื่อ องค์ชายกังลิม โอรสของกษัตริย์และนักสู้ฝีมือฉกาจที่สุดของอาณาจักรโชซอนที่ตกเป็นนักโทษการเมืองภายใต้การดูแลของราชวงศ์ชิงอยู่หลายปี ถูกเรียกตัวกลับบ้านเกิดเพื่อช่วยต่อสู้กับฝูงซอมบี้คลั่งกระหายเลือดที่เข้ามารุกรานอาณาจักรอันเคยสงบ แต่ขณะที่บ้านเมืองกำลังเจอกับวิกฤติ เสนาบดี คิมจาจุน กลับหวังโอกาสนี้ในการยึดครองบัลลังก์ และโค่นราชวงศ์ที่มีมาช้านานลงไป

ยอมรับว่าเมื่อได้ยินว่า Rampant นั้นถูกสร้างโดยทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan ซึ่งเคยสร้างความฮอตฮิตไปทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ รวมไปถึงวงการภาพยนตร์ในบ้านเราอีกด้วย จึงค่อนข้างมีความคาดหวังไว้พอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีไม่แพ้เรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากดูที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์จนจบก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สนุกไม่เสียชื่อคนสร้าง เพียงแต่ไม่อาจเทียบชั้น Train to Busan ได้

โดยความสนุกที่บอกไว้ข้างต้นนั้นหนังทำออกมาได้น่าสนใจ สร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบทที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางการเมือง การเดินเรื่องที่กระชับฉับไว งานเอฟเฟกต์ที่สมจริง ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยังคงคุณภาพของความเป็นเกาหลีไว้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องของความดรามาระหว่างครอบครัวก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หนังยังทำออกมาได้ไม่สุด หากมีการขยี้ปมเรื่องราวให้เข้มข้นมากกว่านี้ก็จะดีไม่น้อย เหมือนยังขาดองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาเสริมให้หนังออกมาสมบูรณ์

ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง ฮยอนบิน ที่ได้ถ่ายทอดบทบาทขององค์ชายเจ้าสำราญที่ดูเหมือนจะติดเล่นไปหน่อย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องกลับมากอบกู้บ้านเมืองตามสูตรของพระเอก ซึ่งก็ถือว่าในเรื่องนี้เจ้าตัวถ่ายทอดความเป็นผู้ชายออกมาได้มีเสน่ห์ เชื่อว่าสาวๆ ต้องแอบกรี๊ดแน่นอน ส่วนตัวร้ายอย่าง เสนาบดีคิมจาจุน รับบทโดย จางดงกอน ก็นับว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแบนราบ เพราะเผยให้เห็นเฉพาะมุมที่เป็นความชั่วร้ายอย่างเดียว ซึ่งค่อนข้างมีความตื้นเขิน ไม่ได้มีฉากหรือเหตุการณ์บอกเล่าว่าอะไรที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนเลวเลย จึงค่อนข้างผิดหวังกับตัวละครตัวนี้

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของหนังก็ถือว่าตอบโจทย์ความสนุกตามไสตล์เกาหลีได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่มาที่ไปของซอมบี้ที่เชื่อว่าคนที่ดูหนังแนวนี้มาหลายๆ เรื่องก็น่าจะพอเดาออกว่ามันเกิดจากอะไร ในส่วนของความแอคชั่นไล่งับของซอมบี้นั้นก็ถือว่าสยองไปตามเรื่องราว เชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่นอน…

ภาพยนต์สยองขวัญขั้นเทพ

เมื่อพูดถึงหนังสยองขวัญต่างประเทศแล้วหลายคนคงมีเรื่องที่ชื่นชอบในใจ
วันนี้บทความนี้จึงมาแนะนำหนังสยองขวัญสั่นประสาท5เรื่องที่ติดชาร์จว่าสยองขั้นเทพ
1.Goodnight Mommy
หนังเล่าเรื่องราวของคู่แฝดที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างกับผู้ เป็นแม่
หลังจากที่แม่ไปผ่าตัดทำศัลยกรรมมา แม่ผู้ซึ่งไม่เคยทำร้ายร่างกายพวกเขาและมักเล่นสนุกด้วยกันเสมอ
กลับเปลี่ยนไปกลายเป็น แม่วิปริตที่ชอบตบตีลูกของตัวเองเป็นว่าเล่น คู่แฝดจึงเชื่อว่า
"ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ของพวกเขา" และเริ่มออกตามหาแม่ที่แท้จริง
2.The Evil Dead
เรื่องราวคร่าวๆ เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อน 4 คนที่ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวพักร้อนกันที่กระท่อมแห่งหนึ่งกลางป่า
(ซึ่งผมว่าเป็นที่สุดท้ายที่ทุกคนคิดอยากจะไปพักร้อน) และเมื่อพวกเขาไปถึงก็จัดงานสังสรรค์ดื่มเหล้ากันตามปกติ
จนกระทั่งมีเพื่อนคนนึงเห็นประตูเปิดไปห้องใต้ดิน และนั่นเองที่ทำให้เพื่อนคนนึงไปพบกับ Book of Dead หรือ
หนังสือแห่งคำตาย
3.Kairo
มิจิ หญิงสาวข้องใจกับการหายตัวไปของทากูชิ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เธอตัดสินใจไปพบเขาที่บ้าน
และที่นั้นเธอได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจ ทากูชิฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาของเธอ
ทิ้งปริศนาไว้ให้ขบคิดว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น
ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติกับยาเบะเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งของมิจิ นับจากที่ได้เปิดดูแผ่นดิสก์ที่ทากูชิทิ้งไว้
ในไม่ช้ายาเบะก็ตายไปอีกคน เช่นเดียวกับจุงโกะเพื่อนร่วมงานหญิงอีกคนของมิจิที่ได้เข้าไปในเขตหวงห้าม
และพบเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวจนต้องตายไปอีกคน คาวาชิมา
นักศึกษาหนุ่มผู้ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์สนใจเข้าสู้โลกอินเตอร์เน็ต ตามสมัยนิยม
เขาพบเรื่องประหลาดจากอินเตอร์เน็ตมากมาย
และได้พบกับฮารูเอะนักศึกษาปริญญาโทผู้มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี
และให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่คาวาชิมาได้ประสบมา จากนั้นเป็นต้นมาทั่วทั้งเมืองเกิดเรื่องประหลาดขึ้น
เมื่อแถบสีแดงในเขตหวงห้ามได้รับการปลดออกการตายมากมายได้เกิดขึ้น และได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
4.Hard Candy
เรื่องราวของหญิงสาวที่หลอกล่อผู้ชายให้มาติดกับดักของเธอ
โดยชายคนนั้นคือคนที่เธอคาดว่าเคยก่อเหตุข่มขืนมาก่อน โดยได้เค้าโครงมาจากเรื่องราวจริงของสาวญี่ปุ่น
ที่มักจะหลอกล่อนักธุรกิจตามท้องถนน ให้ไปนอนค้างในโรงแรมกับเธอ ก่อนที่จะทำการปล้น

5.Dead Ringers
ฝาแฝดที่ใช้ชีวิตร่วมกันทุกอย่าง แต่สุดท้ายต้องแตกแยกเพราะผู้หญิง หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องของ
ฝาแฝด Stewart และ Cyril Marcus ทั้งคู่ทำทุกสิ่งอย่างร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่นยาเสพติด ทำอาชีพเดียวกัน
มีแฟนคนเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะโอเวอร์โดสจากยา…

ภาพยนต์.อนิเมะ. เฉินหลง

สุดยอดนักบู๊เเห่งวงการหนัง

เฉินหลง ได้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.
2497 ที่วิกตอเรียพีค
ได้เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน
เเละเขาเกือบถูกพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าขายให้กับหม
ออังกฤษในราคาแค่ 26 เหรียญ
แต่แล้วพ่อแม่ของเขาก็ได้ล้มเลิกความคิดนั้นไป

เเละพ่อของเขาทำงานเป็น "พ่อครัว"
แม่ทำงานเป็น "แม่บ้าน"
ให้กับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในฮ่องกงนั้นเอง
เฉินหลงก็เติบโตมาในสถานทูต
เมื่ออายุถึงเกณฑ์ก็เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนห
นานหัว

เฉินหลงอายุได้ 7 ขวบ
พ่อของเขาก็ส่งเขาเข้าโรงเรียนอุปรากรจีน

โดยที่ตัวของพ่อกับแม่นั้นต้องไปทำงานเป็นพ่อครั
วกับแม่บ้านที่สถานทูตในออสเตรเลีย
และที่โรงเรียนนั้นเองที่ทำให้เฉินหลงได้เรียนรู้ชีวิ
ตที่โดดเดี่ยว
เพราะเขาต้องห่างครอบครัวเป็นเวลานานมาก
แต่ที่นั่นก็ทำให้เฉินหลงได้พบเพื่อนร่วมสาบานอย่
าง หงจินเป่า และ หยวนเปียว
เเละเมื่อครั้งเฉินหลงอายุ 9 ขวบ
เขาได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในเยาวราชถึง 2 ปี
อาศัยอยู่หลังโรงงิ้วเก่า
ในวัยเด็กได้เรียนมวยไทยกับคุณลุงแก่ๆขาเป๋
คอยสอนมวยไทยให้เขา
ดังนั้นเฉินหลงจึงมีความผูกพันกับคนไทยเป็นอย่า
งมาก
เเละเมื่อเฉินหลงเรียนจบเมื่ออายุ 17 ปี
เขาได้ไปสมัครเข้าร่วมทีมสตันท์ในวงการหนังฮ่อ
งกงในช่วงที่ บรู๊ซ ลี ยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อ บรู๊ซ ลี
เสียชีวิตลง
เฉินหลงต้องตกงานเพราะวงการหนังกังฟูฮ่องกง
กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำอย่างหนัก

ในจุดตกต่ำของเฉินหลง
ความสามารถเฉินหลงเกิดไปสะดุดตากับผู้สร้างห
นังอย่าง หลอเหว่ย ผู้กำกับหนัง Fist of Fury
(ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง) ของบรู๊ซ ลี
โดยเขาต้องการปั้นดารากังฟูขึ้นมาแทนบรู๊ซ ลี
โดยเฉินหลงได้แสดงหนังในตอนนั้นทั้งหมด 10
เรื่อง ได้แก่ New Fist of Fury
(มังกรหนุ่มคะนองเลือด) (1976) Shaolin
Wooden Men (ถล่ม 20 มนุษย์ไม้) (1976)
Eagle Shadow Fist (1977) Half a Loaf of
Kung Fu (ไอ้หนุ่มหมัดคัน) (1977) Killer
Meteors (ไอ้ดาวหางจอมเพชรฆาต) (1977) To
Kill with Intrigue (นางพญาหลั่งเลือดสะท้านภพ)
(1977) Snake and Crane Arts of Shaolin
(ไอ้หนุ่มหมัดทะเล้น) (1978) Magnificent
Bodyguards (ศึกมันทะลุฟ้า) (1978) Spiritual
Kung Fu (ไอ้หนุ่มพันมือ ตอน 2) (1978) และ
Dragon Fist (เฉินหลง สู้ตาย) (1978)
โดยทั้งหมดนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร
เเละมาถึงจุดประสบความสำเร็จของเขา ปี 1978

เมื่อเฉินหลงนำแสดงหนังให้กับ Seasonal Film
เรื่อง Snake in the Eagle's Shadow
(ไอ้หนุ่มพันมือ) ทำให้ชื่อของเฉินหลง
กลายเป็นดาราดังเพียงช่วงข้ามคืนไปเลย
เพราะสามารถทำเงินอย่างมหาศาลในฮ่องกง
จากนั้นเฉินหลงก็ได้นำแสดงใน Drunken
Master ไอ้หนุ่มหมัดเมา ปี1978
โดยเฉพาะเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จ
ในฮ่องกงเท่านั้น
แต่ยังประสบความสำเร็จทั่วเอเชียด้วย

เมื่อเฉินหลงหมดสัญญากับหลอเหว่ย
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปที่สังกัดโกลเด้นท์ ฮาร์เวส
ซึ่งในอดีตบรู๊ซ ลี เคยเป็นดาราประจำของค่ายนี้
โดยที่สิทธิการทำหนังในค่ายนี้
เฉินหลงเป็นคนสามารถเลือกเองได้ตามใจ
ผลงานเรื่องแรกในค่ายนี้คือเรื่อง The Young
Master (ไอ้มังกรหมัดสิงโต) ปี1980)
ซึ่งสามารถทำรายได้ 10
ล้านเหรียญฮ่องกงเป็นเรื่องแรก จากนั้น

หลังจากนั้นเฉินหลงก็ได้กลับมาทำหนังในฮ่องกง
กับร่วมกับ 2 สหายอย่าง หงจินเป่า และ
หยวนเปียว โดยผลงานที่ทั้งสามได้แสดงด้วยกันมี
6 เรื่อง คือ Winners and Sinners
(มือปราบจมูกหิน) ปี1983 Project A (เอไกหว่า)
ปี1984 Wheels on Meals (ขาตั้งสู้) ปี1984 My
Lucky Stars (7เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ) ปี1985
เป็นต้น
เเละเฉินหลงได้กลับมาประสบความสำเร็จอย่าง
สูงอีกครั้ง ในหนังตำรวจร่วมสมัยอย่าง Police
Story (วิ่งสู้ฟัด) ปี1985
โดยเรื่องนี้ทำให้เฉินหลงได้รับรางวัลม้าทองคำ
(ตุ๊กตาทองฮ่องกง) ถึง 2 รางวัล คือ
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ
ออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม
เเละจากนั้นเขาก็ประสบความสำเร็จเรื่อยมาเเละเป็
นนักเเสดงที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับในฝีมือ…

The Pool นรก 6 เมตร หนังไทยแนวทางใหม่ที่น่าจับตามอง

เชื่อว่าคอหนังหลายคนคงได้ยินชื่อหนัง The Pool นรก 6 เมตร
กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นี่คือภาพยนตร์แนวใหม่ในบ้านเราที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
เรามาทำความรู้จักกับเรื่องนี้กัน

The Pool นรก 6 เมตร เป็นเรื่องราวของ เดย์ ซึ่งแสดงโดยดาราหนุ่มชื่อดัง เคน
ธีรเดช
ฝ่ายอาร์ตของกองถ่ายโฆษณาซึ่งดันถูกปล่อยให้เคลียร์ทุกอย่างในสระว่ายน้ำร้าง
หลังจากที่เลิกกองถ่ายกันไป แต่ด้วยความที่ เดย์
นั้นเหนื่อยล้ามามากจากการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ
เขาก็เลยเผลอหลับไปบนแพยาง

นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของพล็อตหนังที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่ เดย์
หลับยาวไป เพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายในกองก็ได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระ
นั่นทำให้น้ำค่อยๆ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ
จนถึงขั้นที่ไม่สามารถปีนขึ้นไปจนถึงขอบสระได้ เดย์
พยายามที่จะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เป็นผล ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
จากใครเลย

เหตุการณ์ยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปใหญ่เมื่อแฟนสาวของ เดย์ อย่าง ก้อย แสดงโดย เกรซ
รัชย์ณมนทร์ ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์เขาถึงสระว่ายน้ำร้างแห่งนี้
เธอกระโดนลงมาจากแท่นโดยที่ไม่ทันได้สังเกตระดับน้ำว่าไม่ควรกระโดดลงมาแล้
ว นั่นทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส
กลายเป็นว่าหนุ่มสาวคู่นี้ต้องมาติดสระร้างร่วมกัน

เรื่องราวเริ่มพีคหนักเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีจระเข้เดินขึ้นมาจากท่อใต้สระ
เป็นความอันตรายที่ทั้งคู่ต้องเผชิญเพิ่มเติม
นอกเหนือไปจากความพยายามที่จะต้องปีนขึ้นมาจากสระให้ได้
เป็นความระทึกที่จะต้องเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำที่มีความลึก 6 เมตร
และดูเหมือนว่าจะไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง

นี่คือจุดที่ทำให้ผู้ชมจะได้ลุ้นกันอย่างสนุกว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะเอาตัวรอดกันได้อ
ย่างไร

สังเกตได้ว่าพล็อตหนังแนวๆ นี้ทางฝั่งเมืองนอกก็ได้ทำออกมากันแล้วหลายเรื่อง
เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ตัวละครต้องอยู่อย่างอ้างว้างโดยที่ไม่สามารถขอความช่ว
ยเหลือจากใครได้
และจำเป็นที่จะต้องเอาตัวรอดออกมาจากสถานการณ์นั้นให้ได้ด้วยตัวเอง
แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้กำกับอย่าง พิง ลำพระเพลิง
ก็ได้ยืนยันว่าเขามีพล็อตนี้ในหัวมานานหลายปีแล้ว
จึงไม่ใช่การลอกเลียนแบบหนังฝรั่งแต่อย่างใด

ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่หลายคนก็หลายความเห็น
แต่ที่บอกได้คือมันเป็นหนังไทยแนวทางใหม่ที่น่าสนใจมากๆ
สุดท้ายความสนุกของ The Pool นรก 6 เมตร จะพีคสุดถึงระดับไหน
ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้ชมที่จะเข้าไปตัดสินกันเองในโรงภาพยนตร์…

3 อันดับภาพยนตร์ทะลึ่งทะเล้น ตลกแบบติดเรท ที่ควรค่าแก่การรับชม

ภาพยนตร์แบบทะลึ่งตึงตังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะได้ในรูปแบบเฉพาะตั
ว หลายคนชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก ลองมาดูกันเลยว่า 3
อันดับภาพยนตร์แนวนี้ที่ควรค่าแก่การรับชมจะมีเรื่องไหนบ้าง

1. อเมริกัน พาย : เริ่มต้นเรื่องแรกกันที่ภาพยนตร์ทะลึ่งในตำนานกันก่อนเลย
มันโด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นในช่วงยุค 1990
เป็นการเปิดประสบการณ์บนเตียงในรูปแบบฮาๆ
ที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยผ่านตากันมาบ้าง
มันเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
แม้ว่าจะมีทุนสร้างไม่มากเพียงแค่ 11 ล้านเหรียญเท่านั้น

อเมริกันพาย เป็นภาพยนตร์ที่ช่วยให้นักแสดงหลายคนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
โดยเนื้อหาของมันก็คือชายหนุ่มที่ชื่อ จิม
ตั้งใจที่จะปิดฉากความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะเรียนจบ ซึ่งเขาก็มีเพื่อนๆ
สุดแสบคอยช่วยเหลือมากมายด้วยวิธีต่างๆ
และถ้าใครอยากรู้ว่าพายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างไรก็คงต้องติดตามเอาเอ
งจะดีกว่า

2. โร้ดทริป : เป็นเรื่องงราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า จอช
ซึ่งพบรักกับแฟนสาวคนหนึ่งมาตั้งแต่ 5 ขวบ
เขาไม่เคยคิดที่จะนอกใจเธอจนกระทั่งได้พบกับ เบ็ธ
ซึ่งเป็นสาวฮอตจนทำให้เขาเริ่มไขว้เขวในหัวใจขึ้นมา
แน่นอนว่าตัวหนังย่อมเขียนบทให้ทั้งคู่ได้ขึ้นเตียงกัน แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น
เพราะดันมีการบันทึกภาพวิดีโอลงเทป และมันจะถูกส่งตรงไปยังแฟนสาวของ
จอช ด้วยความผิดพลาดบางประการ

นี่คือเรื่องราวสุดป่วนที่ทำให้ตัวละครในเรื่องต้องพยายามเดินทางไกลเพื่อหยุดยั้ง
ไม่ให้เทปม้วนนี้ถูกส่งไปถึงปลายทาง
เป็นความสนุกที่ทำให้ผู้ชมได้ร่วมหัวเราะไปกับทุกๆ ฉาก

3. เซ็กส์อิสซีโร่ : ภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่มาโด่งดังในบ้านเราในชื่อ "ปิ๊ดปี้ปิ๊ด"
เนื้อหาว่าด้วยชายหนุ่มวัย 28 ปีที่ชื่อว่า อึนซิก มีความฝันอยากจะเป็นผู้พิพากษา
เขาจึงได้ปลอมอายุเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
และก็ได้ไปแชร์ห้องกับเพื่อนหนุ่มสุดทะลึ่งตึงตังที่วันๆ
ไม่ทำอะไรนอกจากดูหนังโป๊

หนุ่มแก๊งนี้มีความตั้งใจที่จะหาประสบการณ์สุดเสียวในมหาวิทยาลัย
จึงได้วางแผนร่วมกันมากมายเพื่อที่จะได้สอยสาวสวยในทีมแอโรบิกของมหาวิทย
าลัยให้ได้ เรื่องราวอันสุดป่วนก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้

นี่ก็คือ 3 ภาพยนตร์ตลกติดเรทที่คอหนังในบ้านเราน่าจะชื่นชอบเป็นอย่างดี
และถ้าใครที่ยังไม่เคยรับชมก็ลองไปหามาดู
รับประกันได้ว่าหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งอย่างแน่นอน…

นักพากย์เสียงอนิเมะ อาชีพที่ไม่ได้ง่ายหากต้องการอยู่รอดในระยะยาว

สำหรับคนที่ชื่นชอบอนิเมะ
ย่อมต้องการที่จะลองพากย์เสียงเป็นอาชีพดูอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่หากว่าลองได้ศึกษามันอย่างจริงจังแล้วจะพบว่ามันไม่ได้ง่ายเลย

ในวงการอุตสาหกรรมการ์ตูนที่ประเทศญี่ปุ่น นับว่าอะไรหลายๆ
อย่างค่อนข้างจะเฟื่องฟู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการ์ตูนได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างขึ้นมา
นักเขียนเรื่องนั้นก็แทบจะมีเงินมีทองให้ใช้สบายไปตลอดชาติ
เพราะนอกจากจะมีรายได้ตามปกติแล้ว
ค่าตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วยถ้าหากว่ามันถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ
และที่สำคัญก็คือการนำไปทำเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ
ว่าอนิเมะ

แต่ก็ใช่ว่านักเขียนทุกคนจะร่ำรวยจากสายอาชีพนี้
เพราะการจะเขียนการ์ตูนให้ดังขึ้นมาสักเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ขณะที่อาชีพนักพากย์เสียงอนิเมะเองก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญเช่นกัน
จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาอาจจะประกอบอาชีพนี้ด้วยใจรัก
แต่เงินที่ได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็เป็นสิ่งที่อาจบั่นทอนได้เหมือนกัน

การที่นักพากย์อนิเมะจะได้รับบทพากย์เสียงสักบท
มันก็จะต้องผ่านด่านแรกก็คือการแคสต์ร่วมกับคู่แข่งอีกเป็นร้อย
นี่คือโจทย์ที่ยากลำบากสุดๆ
เพราะจะต้องพากย์เสียงให้เข้าหูของคณะคัดเลือกให้ได้
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็คงไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่าทางทีมงานต้องการแบบไหนแบบเป๊ะๆ
100 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ถ้าได้งานแล้วก็ใช่ว่าอาชีพจะราบรื่น เพราะถ้าทำงานไปโดยไม่เป็นที่จดจำ
ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับงานครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้
เราจึงมักจะเห็นนักพากย์อนิเมะหลายคนที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างตัวตนขึ้นมา
บ้างก็ร้องเพลงด้วย ไปออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ ด้วย

หรือว่าถ้าเป็นสาวสวยหุ่นดีขึ้นมา
ก็อาจพบว่าเธอไปถ่ายแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาด้วยก็ได้

สำหรับใครที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาได้
ก็เรียกได้ว่าเป็นดาราดังคนหนึ่งของวงการกันไปเลย
แน่นอนว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ทั้งงานทั้งเงินจะหลั่งไหลเข้ามา
กลายเป็นว่าสามารถยึดสายอาชีพนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เป็นนักพากย์อนิเมะระดับไอดอลที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่าอาชีพนี้ไม่ใช่ว่าจะดังกันได้ทุกคน
เพราะต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ กว่าที่จะก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้
ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เป็นสัจธรรมของชีวิตอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรกับสายอาชีพอื่นๆ

ดังนั้นหลังจากนี้ไปถ้าเราไปรู้จักชื่อเสียงนักพากย์อนิเมะคนใดสักคน
โปรดจงรู้ไว้เลยว่ากว่าที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย…

5 เกมยอดฮิตที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ภาพยนตร์ต่างๆ ในยุคปัจจุบันนั้นมีหลากหลายแนว
บางเรื่องถูกสร้างขึ้นมาจากนิยายหรือาจจะถูกสร้างมาจากเรื่องจริง
แต่ก็มีภาพยนตร์ไม่น้อยเลย ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวีดิโอเกม
ไปดูกันว่าจะมีเรื่องไหนที่ได้รับความนิยมกันบ้าง
1.Resident Evil

ถ้าหากนึกถึงภาพยนตร์ที่มากจากเกมถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงจะเป็นไปไ
ม่ได้ สำหรับ Resident Evil นั้นเป็นเกมแนว Survival Horror
หรือแนวสยองขวัญที่ต้องเอาชีวิตรอด โดยมีการสร้างถึง 6 ภาคด้วยกัน
ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนเป็นอย่างดี
และทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับซอมบี้
แต่ทว่าเรื่องราวในเกมกับภาพยนตร์นั้นไม่เหมือนกันซะทีเดียว
แต่ก็ยังพอมีเค้าโครงจากเกมอยู่บ้าง แม้ว่าภาคหลังๆ
จะออกแนวเลอะเทอะหลุดไปไกลก็ตาม
2.Silent Hill
อีกหนึ่งเกมแนว Survival Horror
แนวสยองขวัญเกี่ยวกับเมืองร้างลึกลับอย่าง Silent Hill
ที่เหล่านักเล่นเกมต่างรู้จักกันดี โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้
เป็นเรื่องราวของ Rose และ Christopher สามีภรรยาคู่หนึ่ง
ที่มีลูกสาวป่วยอาการประหลาดที่ชอบเดินละเมอกลางดึกและมักจะพูดถึง
เมืองที่ชื่อ Silent Hill
ทำให้เธอตัดสินใจไปยังเมืองแห่งนี้และได้พบกับสิ่งประหลาดความน่าก
ลัวที่เกิดขึ้น ถือว่าทำได้น่ากลัวเลยทีเดียว
สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์และกวาดรายได้อย่างมหาศาล
3.Angry Brids

ภาพยนตร์การ์ตูนแฟนตาซี
ที่มาจากเกมยอดฮิตบนมือถือโดยตัวภาพยนตร์ได้นำเหล่าคาแรคเตอร์น
กสุดน่ารักในเกม
มาเพิ่มเรื่องราวให้เหล่าแฟนๆได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น
เรียกได้ว่าทำให้เราได้รู้เรื่องราวของแต่ละตัวละครในเกม
ว่ามีที่มาอย่างไร
4.Warcraft
เกมแนว RTS หรือวางแผนการรบ
ถือเป็นเกมที่ใครหลายคนนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ด้วยระบบการเล่นที่ง่ายแต่มีความลุ่มลึก
กราฟฟิกที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์น่ามองในทุกยุคทุกสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นถูกฉายในบ้านเราเมื่อช่วงกลางปี 2016
โดยเนื้อเรื่องได้พูดถึง อาณาจักร Azeroth อันเงียบสงบ
กำลังจะเกิดสงครามขึ้น เมื่ออาณาจักรได้ถูกรุกรานโดยเผ่าพันธุ์ออร์ค
ซึ่งได้ละทิ้งบ้านเกิดที่กำลังล่มสลายและหนีมาตั้งอาณานิคมที่ดาวดวงอื่
น และเมื่อประตูที่เชื่อมระหว่างสองฝ่ายได้เปิดออก
เหล่ากองทัพของทั้งฝ่ายต้องต่อสู่กัน ถือว่าสนุกทีเดียว
แม้ว่าจะมีการเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดทุนอยู่ราวๆ 15
ล้านเหรียญก็ตาม
5.Doom
สุดยอดเกมแนว Action Shooting มุมมองแบบ First Person
ที่ถือว่าเป็นต้องแบบของหลายๆเกมยิงปืนในยุคปัจจุบัน
และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนอะไรต่างๆ ตามยุคสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นได้ The Rock หรือ ดเวย์น จอห์นสัน
อดีตนักมวยปล้ำระดับโลกมาเป็นนักแสดงนำด้วย…

ข้อดีของการชมภาพยนตร์ในโรงมีอะไรบ้าง

การชมภาพยนตร์หรือหนังต่างๆ
ปัจจุบันนั้นมีทางเลือกให้กับผู้ชมสามารถหาชมเองตามอินเตอร์เน็ต
ไม่ว่ามันจะถูกลิขสิทธิ์หรือไม่ก็ตาม
เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจในเรื่องของการชมภาพยนตร์ทางออนไลน์นั้
นแพร่หลายเป็นอย่างมาก
ทำให้คนนั้นเกิดความรู้สึกไม่จำเป็นต้องไปชมที่โรงหนังให้เสียเงิน
เพราะอยู่บ้านก็เลือกชมได้เช่นกัน
แต่ทว่าบรรยากาศต่างๆ นั้นก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นกัน
วันนี้เราจะรวบรวมข้อดีของการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ว่ามีอะไรบ้าง
มาฝากกัน
1.ได้ดูหนังที่เข้าใหม่
แน่นอนการที่เราเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงที่ต้องเสียเงิน
เราจะต้องได้ชมภาพยนตร์ใหม่ๆที่เข้ามาในประเทศไทย
ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกสปอยล์ได้เป็นอย่างดี
ได้ชมหนังก่อนใครไม่จำเป็นต้องไปรอแผ่นหรือว่ารอดูแบบออนไลน์
ที่กว่าจะมาก็ปาเข้าไป 2-3 เดือน
2.เปิดมิติการชมใหม่ๆ
ในปัจจุบันการดูหนังในโรงภาพยนตร์มีอ็อปชั่นต่างๆมากมาย
ทั้งการดูแบบ 3D หรือ MX4D ที่ให้ความคมชัดสมจริง
นอกจากนี้ยังมีโซฟาแบบนอนที่สามารถนอนดูสบายๆ แอร์เย็นๆ
ระบบเสียงต่างๆ ก็ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ
ในการรับชมภาพยนตร์ แต่ข้อเสียก็อาจจะจ่ายเพิ่มมากหน่อย
3.ได้ดูแบบเต็มๆชัดๆ ถูกลิทลิทธิ์
การดูหนังในโรงภาพยนตร์
ถือเป็นการสนับสนุนคนทำงานวงการการหนัง
ดีกว่าการไปหาชมภาพยนตร์ที่ผิดลิทลิทธิ์ เช่นพวกหนังซูม,

หรือหนังแผ่นที่มักจะไปอยู่ตามเว็บดูหนังต่างๆ
ซึ่งแน่นอนว่าหากเราคนเป็นคนที่สร้างหนังหนึ่งเรื่องขึ้นมา
แต่ถูกละเมิดลิทสิทธิ์ ด้วยการออกไปเผยแพร่แบบฟรีๆ
เป็นใครก็คงเกิดอาการท้อเป็นเรื่องธรรมดา
4.เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ
การเดินทางไปดูหนังในโรงภาพยนตร์
ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ ในการดูหนัง
เพราะปกติเชื่อได้เลยว่า คนในวัยทำงานส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีเวลา
ทำงานเสร็จกลับบ้านไปดูหนัง
ซึ่งการไปชมในโรงจะทำให้เราได้พบกับบรรยากาศใหม่ๆ
ได้อรรถรสกว่าการรับชมอยู่ที่บ้าน ที่นั่งสบายๆ แอร์เย็นๆ มีป็อกคอร์น
เครื่องดื่มให้บริการอีกด้วย
5.ได้พุ่งสมาธิกับการชมภาพยนตร์อย่างเต็มที่
การที่เรารับชมภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน
นั้นทำให้เราสามารถทำอย่างอื่นไปด้วย
ทำให้ไม่ค่อยจะมีสมาธิกับการดูหนังสักเท่าไหร่
แต่ทว่าการชมในโรงหนัง
จะช่วยให้คุณโฟกัสกับภาพยนตร์ที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น
เนื่องจากในโรงหนังนั้นมีกฎเรื่องของมารยาทห้ามเล่นมือถือ ห้ามแชท
เพราะถ้าคุณทำพฤติกรรมแบบนี้
ก็จะตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนร่วมโรงที่ดูหนังอยู่
เป็นใครก็รู้สึกอายใช่ไหมล่ะ…

กินทามะ เดอะ มูฟวี่ ที่เรียกเสียงฮาไม่แพ้มังงะ

นี่คืออีกหนึ่งการ์ตูนที่เรียกได้ว่าหักมุมสุดๆกับธีมของคาแรคเตอร์ตัวละครที่ชวนนึกว่าจะเป็นแนวซามูไรฟาดฟันบู๊สะบั้นห่นแหลก
แต่มันกลับกลายเป็นสุดยอดการ์ตูนเรียกเสียงฮาที่สุดในศตวรรษนี้เลยก็ว่าได้สำหรับการ์ตูนเรื่องกินทามะ
ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี
กินทามะคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคเอโดะที่กลายเป็นโ,กที่มีมนุษย์ต่างดาวเดินเพ่นพ่านกันจนเป็นเรื่องปกติ

และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโลก โดยชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นอดีตซามูไรยุคปฏิวัติที่ชื่อว่า
กินโทกิได้เปิดธุรกิจรับทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีพก่อนที่โชคชะตาของเขาจะทำให้ได้มาพบกับ คางุระ
และ ชินปาจิ ที่มาสมัครเป็นลูกน้องทำให้เรื่องราวความฮาจึงเกิดขึ้น
และด้วยความสนุกดังกล่าวทำให้มันถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ที่ใล้คนแสดงจริงเป็นเที่เรียบร้อย
ซึ่งผู้รับบทพระเองกินโทกิก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น โองุริ ชุน
เช่นเคยที่เขามักได้รับบทตัวเอกของภาพยนตร์ที่ทำมาจากการ์ตูนเสมอ
โดยภาพยนตร์ที่สร้างชื่อที่สุดของเขาคือการรับบทเกนจิในเรื่องเรียกเขาว่าอีกา
ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดการ์ตูนนักเลงในตำนานที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆจนเกิดการแต่งตัวแฟชั่นของเหล่าวัยรุ่นตามแบบภาพยนตร์กันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ผู้รับบท ชินปาจิ ได้นักแสดงอย่าง สุดะ มาซากิ มารับบท ส่วน คางุยะ เป็น ฮาชิโมโตะ คันนะ
ทั้งคู่ต่างสวมบทบาทได้อย่างดี และเรียกเสียงฮาจากแฟนๆไม่แพ้ในการ์ตูนเลยแม้แต่น้อย
สำหรับกินทามะ เดอะ มูฟวี่นั้นมีความยาวประมาณสองชั่วโมง
แต่ใครที่กลัวว่าเนื้อเรื่องจะถอดแบบออกมาจากการ์ตูนเป๊ะๆล่ะก็หายกังวลใจไปได้เลย
เพราะถูกเขียนบทใหม่ทั้งหมดแถมแหวกแนวไปจากเดิมเยอะเลยทีเดียว
โดยแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นสเน่ห์ของเรื่องนี้คือความฮาปั่นประสาทคนดู
ซึ่งหนังเรื่องนี้เปิดฉากแรกมาก็ฮาน้ำตาไหลด้วยการขึ้นไตเติลเปิดเรื่องถึงสองครั้งที่แฝงมุกตลกเข้าไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีเหล่าตัวละครจากการ์ตูนที่ออกมาเผยโฉมแบบครบหน้า
และมาพร้อมความฮาเต็มรูปแบบ
ซึ่งในเรื่องนั้นทั้งสามหน่อแห่งร้านรับจ้างสารพัดได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความวุ่นวายที่แตกต่างกันไป
แต่เมื่อกลับสืบสาวราวเรื่องก็พบว่ามีตัวการร้ายเป็นคนๆเดียวกัน แต่ไม่ใช่แค่มีปม
และความฮาเท่านั้นหนังยังแฝงเรื่องราวความดราม่ามาด้วยแถมยังมีฉากซึ้งเรียกน้ำตาอีกต่างหาก
แต่ที่กลายเป็นสเน่ห์มากกว่าความฮา
และเรื่องราวของหนังคือมีการสอดแทรกตัวละครจากการ์ตูนเรื่องอื่นเข้ามาเรียกเสียงฮาด้วย
ซึ่งบางตัวเป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องอื่นที่ผู้ชมคาดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอมนหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ซึ่งบางส่วนเป็นการ์ตูนดังระดับขึ้นหิ้งไม่ว่าจะดราก้อนบอล วันพีซรวมไปถึง
กันดั้มก็ล้วนแล้วแต่พาเหรดมาอวดโฉมกันเป็นแถว
สำหรับเนื้อเรื่องนั้นถือว่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบรส
โดยนอกจากจะเข้าถึงความเป็นกินทามะแล้วยังแฝงไปด้วยข้อคิด และหลากหลายอารมณ์ที่หนังควรจะมี
ซึ่งถือได้ว่าป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด…