The Pool นรก 6 เมตร หนังไทยแนวทางใหม่ที่น่าจับตามอง

เชื่อว่าคอหนังหลายคนคงได้ยินชื่อหนัง The Pool นรก 6 เมตร
กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นี่คือภาพยนตร์แนวใหม่ในบ้านเราที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
เรามาทำความรู้จักกับเรื่องนี้กัน

The Pool นรก 6 เมตร เป็นเรื่องราวของ เดย์ ซึ่งแสดงโดยดาราหนุ่มชื่อดัง เคน
ธีรเดช
ฝ่ายอาร์ตของกองถ่ายโฆษณาซึ่งดันถูกปล่อยให้เคลียร์ทุกอย่างในสระว่ายน้ำร้าง
หลังจากที่เลิกกองถ่ายกันไป แต่ด้วยความที่ เดย์
นั้นเหนื่อยล้ามามากจากการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ
เขาก็เลยเผลอหลับไปบนแพยาง

นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของพล็อตหนังที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่ เดย์
หลับยาวไป เพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายในกองก็ได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระ
นั่นทำให้น้ำค่อยๆ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ
จนถึงขั้นที่ไม่สามารถปีนขึ้นไปจนถึงขอบสระได้ เดย์
พยายามที่จะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เป็นผล ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
จากใครเลย

เหตุการณ์ยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปใหญ่เมื่อแฟนสาวของ เดย์ อย่าง ก้อย แสดงโดย เกรซ
รัชย์ณมนทร์ ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์เขาถึงสระว่ายน้ำร้างแห่งนี้
เธอกระโดนลงมาจากแท่นโดยที่ไม่ทันได้สังเกตระดับน้ำว่าไม่ควรกระโดดลงมาแล้
ว นั่นทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส
กลายเป็นว่าหนุ่มสาวคู่นี้ต้องมาติดสระร้างร่วมกัน

เรื่องราวเริ่มพีคหนักเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีจระเข้เดินขึ้นมาจากท่อใต้สระ
เป็นความอันตรายที่ทั้งคู่ต้องเผชิญเพิ่มเติม
นอกเหนือไปจากความพยายามที่จะต้องปีนขึ้นมาจากสระให้ได้
เป็นความระทึกที่จะต้องเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำที่มีความลึก 6 เมตร
และดูเหมือนว่าจะไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง

นี่คือจุดที่ทำให้ผู้ชมจะได้ลุ้นกันอย่างสนุกว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะเอาตัวรอดกันได้อ
ย่างไร

สังเกตได้ว่าพล็อตหนังแนวๆ นี้ทางฝั่งเมืองนอกก็ได้ทำออกมากันแล้วหลายเรื่อง
เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ตัวละครต้องอยู่อย่างอ้างว้างโดยที่ไม่สามารถขอความช่ว
ยเหลือจากใครได้
และจำเป็นที่จะต้องเอาตัวรอดออกมาจากสถานการณ์นั้นให้ได้ด้วยตัวเอง
แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้กำกับอย่าง พิง ลำพระเพลิง
ก็ได้ยืนยันว่าเขามีพล็อตนี้ในหัวมานานหลายปีแล้ว
จึงไม่ใช่การลอกเลียนแบบหนังฝรั่งแต่อย่างใด

ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่หลายคนก็หลายความเห็น
แต่ที่บอกได้คือมันเป็นหนังไทยแนวทางใหม่ที่น่าสนใจมากๆ
สุดท้ายความสนุกของ The Pool นรก 6 เมตร จะพีคสุดถึงระดับไหน
ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้ชมที่จะเข้าไปตัดสินกันเองในโรงภาพยนตร์…

3 อันดับภาพยนตร์ทะลึ่งทะเล้น ตลกแบบติดเรท ที่ควรค่าแก่การรับชม

ภาพยนตร์แบบทะลึ่งตึงตังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะได้ในรูปแบบเฉพาะตั
ว หลายคนชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก ลองมาดูกันเลยว่า 3
อันดับภาพยนตร์แนวนี้ที่ควรค่าแก่การรับชมจะมีเรื่องไหนบ้าง

1. อเมริกัน พาย : เริ่มต้นเรื่องแรกกันที่ภาพยนตร์ทะลึ่งในตำนานกันก่อนเลย
มันโด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นในช่วงยุค 1990
เป็นการเปิดประสบการณ์บนเตียงในรูปแบบฮาๆ
ที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยผ่านตากันมาบ้าง
มันเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
แม้ว่าจะมีทุนสร้างไม่มากเพียงแค่ 11 ล้านเหรียญเท่านั้น

อเมริกันพาย เป็นภาพยนตร์ที่ช่วยให้นักแสดงหลายคนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
โดยเนื้อหาของมันก็คือชายหนุ่มที่ชื่อ จิม
ตั้งใจที่จะปิดฉากความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะเรียนจบ ซึ่งเขาก็มีเพื่อนๆ
สุดแสบคอยช่วยเหลือมากมายด้วยวิธีต่างๆ
และถ้าใครอยากรู้ว่าพายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างไรก็คงต้องติดตามเอาเอ
งจะดีกว่า

2. โร้ดทริป : เป็นเรื่องงราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า จอช
ซึ่งพบรักกับแฟนสาวคนหนึ่งมาตั้งแต่ 5 ขวบ
เขาไม่เคยคิดที่จะนอกใจเธอจนกระทั่งได้พบกับ เบ็ธ
ซึ่งเป็นสาวฮอตจนทำให้เขาเริ่มไขว้เขวในหัวใจขึ้นมา
แน่นอนว่าตัวหนังย่อมเขียนบทให้ทั้งคู่ได้ขึ้นเตียงกัน แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น
เพราะดันมีการบันทึกภาพวิดีโอลงเทป และมันจะถูกส่งตรงไปยังแฟนสาวของ
จอช ด้วยความผิดพลาดบางประการ

นี่คือเรื่องราวสุดป่วนที่ทำให้ตัวละครในเรื่องต้องพยายามเดินทางไกลเพื่อหยุดยั้ง
ไม่ให้เทปม้วนนี้ถูกส่งไปถึงปลายทาง
เป็นความสนุกที่ทำให้ผู้ชมได้ร่วมหัวเราะไปกับทุกๆ ฉาก

3. เซ็กส์อิสซีโร่ : ภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่มาโด่งดังในบ้านเราในชื่อ "ปิ๊ดปี้ปิ๊ด"
เนื้อหาว่าด้วยชายหนุ่มวัย 28 ปีที่ชื่อว่า อึนซิก มีความฝันอยากจะเป็นผู้พิพากษา
เขาจึงได้ปลอมอายุเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
และก็ได้ไปแชร์ห้องกับเพื่อนหนุ่มสุดทะลึ่งตึงตังที่วันๆ
ไม่ทำอะไรนอกจากดูหนังโป๊

หนุ่มแก๊งนี้มีความตั้งใจที่จะหาประสบการณ์สุดเสียวในมหาวิทยาลัย
จึงได้วางแผนร่วมกันมากมายเพื่อที่จะได้สอยสาวสวยในทีมแอโรบิกของมหาวิทย
าลัยให้ได้ เรื่องราวอันสุดป่วนก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้

นี่ก็คือ 3 ภาพยนตร์ตลกติดเรทที่คอหนังในบ้านเราน่าจะชื่นชอบเป็นอย่างดี
และถ้าใครที่ยังไม่เคยรับชมก็ลองไปหามาดู
รับประกันได้ว่าหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งอย่างแน่นอน…

นักพากย์เสียงอนิเมะ อาชีพที่ไม่ได้ง่ายหากต้องการอยู่รอดในระยะยาว

สำหรับคนที่ชื่นชอบอนิเมะ
ย่อมต้องการที่จะลองพากย์เสียงเป็นอาชีพดูอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่หากว่าลองได้ศึกษามันอย่างจริงจังแล้วจะพบว่ามันไม่ได้ง่ายเลย

ในวงการอุตสาหกรรมการ์ตูนที่ประเทศญี่ปุ่น นับว่าอะไรหลายๆ
อย่างค่อนข้างจะเฟื่องฟู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการ์ตูนได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างขึ้นมา
นักเขียนเรื่องนั้นก็แทบจะมีเงินมีทองให้ใช้สบายไปตลอดชาติ
เพราะนอกจากจะมีรายได้ตามปกติแล้ว
ค่าตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วยถ้าหากว่ามันถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ
และที่สำคัญก็คือการนำไปทำเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ
ว่าอนิเมะ

แต่ก็ใช่ว่านักเขียนทุกคนจะร่ำรวยจากสายอาชีพนี้
เพราะการจะเขียนการ์ตูนให้ดังขึ้นมาสักเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ขณะที่อาชีพนักพากย์เสียงอนิเมะเองก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญเช่นกัน
จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาอาจจะประกอบอาชีพนี้ด้วยใจรัก
แต่เงินที่ได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็เป็นสิ่งที่อาจบั่นทอนได้เหมือนกัน

การที่นักพากย์อนิเมะจะได้รับบทพากย์เสียงสักบท
มันก็จะต้องผ่านด่านแรกก็คือการแคสต์ร่วมกับคู่แข่งอีกเป็นร้อย
นี่คือโจทย์ที่ยากลำบากสุดๆ
เพราะจะต้องพากย์เสียงให้เข้าหูของคณะคัดเลือกให้ได้
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็คงไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่าทางทีมงานต้องการแบบไหนแบบเป๊ะๆ
100 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ถ้าได้งานแล้วก็ใช่ว่าอาชีพจะราบรื่น เพราะถ้าทำงานไปโดยไม่เป็นที่จดจำ
ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับงานครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้
เราจึงมักจะเห็นนักพากย์อนิเมะหลายคนที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างตัวตนขึ้นมา
บ้างก็ร้องเพลงด้วย ไปออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ ด้วย

หรือว่าถ้าเป็นสาวสวยหุ่นดีขึ้นมา
ก็อาจพบว่าเธอไปถ่ายแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาด้วยก็ได้

สำหรับใครที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาได้
ก็เรียกได้ว่าเป็นดาราดังคนหนึ่งของวงการกันไปเลย
แน่นอนว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ทั้งงานทั้งเงินจะหลั่งไหลเข้ามา
กลายเป็นว่าสามารถยึดสายอาชีพนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เป็นนักพากย์อนิเมะระดับไอดอลที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่าอาชีพนี้ไม่ใช่ว่าจะดังกันได้ทุกคน
เพราะต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ กว่าที่จะก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้
ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เป็นสัจธรรมของชีวิตอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรกับสายอาชีพอื่นๆ

ดังนั้นหลังจากนี้ไปถ้าเราไปรู้จักชื่อเสียงนักพากย์อนิเมะคนใดสักคน
โปรดจงรู้ไว้เลยว่ากว่าที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย…

5 เกมยอดฮิตที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ภาพยนตร์ต่างๆ ในยุคปัจจุบันนั้นมีหลากหลายแนว
บางเรื่องถูกสร้างขึ้นมาจากนิยายหรือาจจะถูกสร้างมาจากเรื่องจริง
แต่ก็มีภาพยนตร์ไม่น้อยเลย ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวีดิโอเกม
ไปดูกันว่าจะมีเรื่องไหนที่ได้รับความนิยมกันบ้าง
1.Resident Evil

ถ้าหากนึกถึงภาพยนตร์ที่มากจากเกมถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงจะเป็นไปไ
ม่ได้ สำหรับ Resident Evil นั้นเป็นเกมแนว Survival Horror
หรือแนวสยองขวัญที่ต้องเอาชีวิตรอด โดยมีการสร้างถึง 6 ภาคด้วยกัน
ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนเป็นอย่างดี
และทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับซอมบี้
แต่ทว่าเรื่องราวในเกมกับภาพยนตร์นั้นไม่เหมือนกันซะทีเดียว
แต่ก็ยังพอมีเค้าโครงจากเกมอยู่บ้าง แม้ว่าภาคหลังๆ
จะออกแนวเลอะเทอะหลุดไปไกลก็ตาม
2.Silent Hill
อีกหนึ่งเกมแนว Survival Horror
แนวสยองขวัญเกี่ยวกับเมืองร้างลึกลับอย่าง Silent Hill
ที่เหล่านักเล่นเกมต่างรู้จักกันดี โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้
เป็นเรื่องราวของ Rose และ Christopher สามีภรรยาคู่หนึ่ง
ที่มีลูกสาวป่วยอาการประหลาดที่ชอบเดินละเมอกลางดึกและมักจะพูดถึง
เมืองที่ชื่อ Silent Hill
ทำให้เธอตัดสินใจไปยังเมืองแห่งนี้และได้พบกับสิ่งประหลาดความน่าก
ลัวที่เกิดขึ้น ถือว่าทำได้น่ากลัวเลยทีเดียว
สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์และกวาดรายได้อย่างมหาศาล
3.Angry Brids

ภาพยนตร์การ์ตูนแฟนตาซี
ที่มาจากเกมยอดฮิตบนมือถือโดยตัวภาพยนตร์ได้นำเหล่าคาแรคเตอร์น
กสุดน่ารักในเกม
มาเพิ่มเรื่องราวให้เหล่าแฟนๆได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น
เรียกได้ว่าทำให้เราได้รู้เรื่องราวของแต่ละตัวละครในเกม
ว่ามีที่มาอย่างไร
4.Warcraft
เกมแนว RTS หรือวางแผนการรบ
ถือเป็นเกมที่ใครหลายคนนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ด้วยระบบการเล่นที่ง่ายแต่มีความลุ่มลึก
กราฟฟิกที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์น่ามองในทุกยุคทุกสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นถูกฉายในบ้านเราเมื่อช่วงกลางปี 2016
โดยเนื้อเรื่องได้พูดถึง อาณาจักร Azeroth อันเงียบสงบ
กำลังจะเกิดสงครามขึ้น เมื่ออาณาจักรได้ถูกรุกรานโดยเผ่าพันธุ์ออร์ค
ซึ่งได้ละทิ้งบ้านเกิดที่กำลังล่มสลายและหนีมาตั้งอาณานิคมที่ดาวดวงอื่
น และเมื่อประตูที่เชื่อมระหว่างสองฝ่ายได้เปิดออก
เหล่ากองทัพของทั้งฝ่ายต้องต่อสู่กัน ถือว่าสนุกทีเดียว
แม้ว่าจะมีการเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดทุนอยู่ราวๆ 15
ล้านเหรียญก็ตาม
5.Doom
สุดยอดเกมแนว Action Shooting มุมมองแบบ First Person
ที่ถือว่าเป็นต้องแบบของหลายๆเกมยิงปืนในยุคปัจจุบัน
และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนอะไรต่างๆ ตามยุคสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นได้ The Rock หรือ ดเวย์น จอห์นสัน
อดีตนักมวยปล้ำระดับโลกมาเป็นนักแสดงนำด้วย…

ข้อดีของการชมภาพยนตร์ในโรงมีอะไรบ้าง

การชมภาพยนตร์หรือหนังต่างๆ
ปัจจุบันนั้นมีทางเลือกให้กับผู้ชมสามารถหาชมเองตามอินเตอร์เน็ต
ไม่ว่ามันจะถูกลิขสิทธิ์หรือไม่ก็ตาม
เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจในเรื่องของการชมภาพยนตร์ทางออนไลน์นั้
นแพร่หลายเป็นอย่างมาก
ทำให้คนนั้นเกิดความรู้สึกไม่จำเป็นต้องไปชมที่โรงหนังให้เสียเงิน
เพราะอยู่บ้านก็เลือกชมได้เช่นกัน
แต่ทว่าบรรยากาศต่างๆ นั้นก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นกัน
วันนี้เราจะรวบรวมข้อดีของการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ว่ามีอะไรบ้าง
มาฝากกัน
1.ได้ดูหนังที่เข้าใหม่
แน่นอนการที่เราเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงที่ต้องเสียเงิน
เราจะต้องได้ชมภาพยนตร์ใหม่ๆที่เข้ามาในประเทศไทย
ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกสปอยล์ได้เป็นอย่างดี
ได้ชมหนังก่อนใครไม่จำเป็นต้องไปรอแผ่นหรือว่ารอดูแบบออนไลน์
ที่กว่าจะมาก็ปาเข้าไป 2-3 เดือน
2.เปิดมิติการชมใหม่ๆ
ในปัจจุบันการดูหนังในโรงภาพยนตร์มีอ็อปชั่นต่างๆมากมาย
ทั้งการดูแบบ 3D หรือ MX4D ที่ให้ความคมชัดสมจริง
นอกจากนี้ยังมีโซฟาแบบนอนที่สามารถนอนดูสบายๆ แอร์เย็นๆ
ระบบเสียงต่างๆ ก็ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ
ในการรับชมภาพยนตร์ แต่ข้อเสียก็อาจจะจ่ายเพิ่มมากหน่อย
3.ได้ดูแบบเต็มๆชัดๆ ถูกลิทลิทธิ์
การดูหนังในโรงภาพยนตร์
ถือเป็นการสนับสนุนคนทำงานวงการการหนัง
ดีกว่าการไปหาชมภาพยนตร์ที่ผิดลิทลิทธิ์ เช่นพวกหนังซูม,

หรือหนังแผ่นที่มักจะไปอยู่ตามเว็บดูหนังต่างๆ
ซึ่งแน่นอนว่าหากเราคนเป็นคนที่สร้างหนังหนึ่งเรื่องขึ้นมา
แต่ถูกละเมิดลิทสิทธิ์ ด้วยการออกไปเผยแพร่แบบฟรีๆ
เป็นใครก็คงเกิดอาการท้อเป็นเรื่องธรรมดา
4.เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ
การเดินทางไปดูหนังในโรงภาพยนตร์
ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ ในการดูหนัง
เพราะปกติเชื่อได้เลยว่า คนในวัยทำงานส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีเวลา
ทำงานเสร็จกลับบ้านไปดูหนัง
ซึ่งการไปชมในโรงจะทำให้เราได้พบกับบรรยากาศใหม่ๆ
ได้อรรถรสกว่าการรับชมอยู่ที่บ้าน ที่นั่งสบายๆ แอร์เย็นๆ มีป็อกคอร์น
เครื่องดื่มให้บริการอีกด้วย
5.ได้พุ่งสมาธิกับการชมภาพยนตร์อย่างเต็มที่
การที่เรารับชมภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน
นั้นทำให้เราสามารถทำอย่างอื่นไปด้วย
ทำให้ไม่ค่อยจะมีสมาธิกับการดูหนังสักเท่าไหร่
แต่ทว่าการชมในโรงหนัง
จะช่วยให้คุณโฟกัสกับภาพยนตร์ที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น
เนื่องจากในโรงหนังนั้นมีกฎเรื่องของมารยาทห้ามเล่นมือถือ ห้ามแชท
เพราะถ้าคุณทำพฤติกรรมแบบนี้
ก็จะตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนร่วมโรงที่ดูหนังอยู่
เป็นใครก็รู้สึกอายใช่ไหมล่ะ…

กินทามะ เดอะ มูฟวี่ ที่เรียกเสียงฮาไม่แพ้มังงะ

นี่คืออีกหนึ่งการ์ตูนที่เรียกได้ว่าหักมุมสุดๆกับธีมของคาแรคเตอร์ตัวละครที่ชวนนึกว่าจะเป็นแนวซามูไรฟาดฟันบู๊สะบั้นห่นแหลก
แต่มันกลับกลายเป็นสุดยอดการ์ตูนเรียกเสียงฮาที่สุดในศตวรรษนี้เลยก็ว่าได้สำหรับการ์ตูนเรื่องกินทามะ
ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี
กินทามะคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคเอโดะที่กลายเป็นโ,กที่มีมนุษย์ต่างดาวเดินเพ่นพ่านกันจนเป็นเรื่องปกติ

และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโลก โดยชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นอดีตซามูไรยุคปฏิวัติที่ชื่อว่า
กินโทกิได้เปิดธุรกิจรับทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีพก่อนที่โชคชะตาของเขาจะทำให้ได้มาพบกับ คางุระ
และ ชินปาจิ ที่มาสมัครเป็นลูกน้องทำให้เรื่องราวความฮาจึงเกิดขึ้น
และด้วยความสนุกดังกล่าวทำให้มันถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ที่ใล้คนแสดงจริงเป็นเที่เรียบร้อย
ซึ่งผู้รับบทพระเองกินโทกิก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น โองุริ ชุน
เช่นเคยที่เขามักได้รับบทตัวเอกของภาพยนตร์ที่ทำมาจากการ์ตูนเสมอ
โดยภาพยนตร์ที่สร้างชื่อที่สุดของเขาคือการรับบทเกนจิในเรื่องเรียกเขาว่าอีกา
ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดการ์ตูนนักเลงในตำนานที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆจนเกิดการแต่งตัวแฟชั่นของเหล่าวัยรุ่นตามแบบภาพยนตร์กันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ผู้รับบท ชินปาจิ ได้นักแสดงอย่าง สุดะ มาซากิ มารับบท ส่วน คางุยะ เป็น ฮาชิโมโตะ คันนะ
ทั้งคู่ต่างสวมบทบาทได้อย่างดี และเรียกเสียงฮาจากแฟนๆไม่แพ้ในการ์ตูนเลยแม้แต่น้อย
สำหรับกินทามะ เดอะ มูฟวี่นั้นมีความยาวประมาณสองชั่วโมง
แต่ใครที่กลัวว่าเนื้อเรื่องจะถอดแบบออกมาจากการ์ตูนเป๊ะๆล่ะก็หายกังวลใจไปได้เลย
เพราะถูกเขียนบทใหม่ทั้งหมดแถมแหวกแนวไปจากเดิมเยอะเลยทีเดียว
โดยแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นสเน่ห์ของเรื่องนี้คือความฮาปั่นประสาทคนดู
ซึ่งหนังเรื่องนี้เปิดฉากแรกมาก็ฮาน้ำตาไหลด้วยการขึ้นไตเติลเปิดเรื่องถึงสองครั้งที่แฝงมุกตลกเข้าไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีเหล่าตัวละครจากการ์ตูนที่ออกมาเผยโฉมแบบครบหน้า
และมาพร้อมความฮาเต็มรูปแบบ
ซึ่งในเรื่องนั้นทั้งสามหน่อแห่งร้านรับจ้างสารพัดได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความวุ่นวายที่แตกต่างกันไป
แต่เมื่อกลับสืบสาวราวเรื่องก็พบว่ามีตัวการร้ายเป็นคนๆเดียวกัน แต่ไม่ใช่แค่มีปม
และความฮาเท่านั้นหนังยังแฝงเรื่องราวความดราม่ามาด้วยแถมยังมีฉากซึ้งเรียกน้ำตาอีกต่างหาก
แต่ที่กลายเป็นสเน่ห์มากกว่าความฮา
และเรื่องราวของหนังคือมีการสอดแทรกตัวละครจากการ์ตูนเรื่องอื่นเข้ามาเรียกเสียงฮาด้วย
ซึ่งบางตัวเป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องอื่นที่ผู้ชมคาดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอมนหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ซึ่งบางส่วนเป็นการ์ตูนดังระดับขึ้นหิ้งไม่ว่าจะดราก้อนบอล วันพีซรวมไปถึง
กันดั้มก็ล้วนแล้วแต่พาเหรดมาอวดโฉมกันเป็นแถว
สำหรับเนื้อเรื่องนั้นถือว่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบรส
โดยนอกจากจะเข้าถึงความเป็นกินทามะแล้วยังแฝงไปด้วยข้อคิด และหลากหลายอารมณ์ที่หนังควรจะมี
ซึ่งถือได้ว่าป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด…

ท็อปทรีสุดยอดอนิเมะชื่อดังแห่งแดนซามูไร

Momotaro Sacred Sailors
นับเป็นอนิเมะยาวเรื่องแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านั้น อนิเมะส่วนใหญ่ถูก
สร้างขึ้นมักจะมีรูปแบบเป็นอนิเมะสั้นๆ ไม่กี่นาที ซึ่งนั่นก็เป็นรูปแบบที่ยึดถือปฏิบัติมาตลอดในการสร้างอนิเมะ แต่
Momotaro: Sacred Sailors ผลงานของ Mitsuyo Seo ออกฉายครั้งแรกในปี 1944
ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะญี่ปุ่นในฐานะที่เป็น อนิเมะยาวเรื่องแรกของญี่ปุ่น เนื้อเรื่องของอนิเมะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนายทหารเรือชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่
คนนึงที่ต้องทำสงครามเพื่อชัยชนะของจักรวรรดิญี่ปุ่น แน่นอนว่าการเนื่อเรื่องแบบนี้ ออกมาในช่วงปี 40s นี้
เหตุผลที่ทำให้มีการสร้างอนิเมะเรื่องนี้ก็คือเพื่อเป็น โฆษณาชวนเชื่อ ให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่าจะเพราะการมีตัวตนขออนิเมะเรื่องนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างอนิเมะตอนยาวเรื่องอื่นๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Kimba the White Lion
นับเป็นอนิเมะซีรีย์ภาพสีแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดย Kimba the White Lion อนิเมะ
ในตำนานจากลายมือผลงานของปรมาจารย์อย่าง อ.เท็ตสึกะ โอซามุ ออกฉายในปี 1965 ทางช่องฟุจิทีวี
โดยเรื่องนี้นอกจากจะโด่งดังไปหลายๆ ประเทศแล้ว ยังรังสรรค์มาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะซีรีย์ญี่ปุ่นอีกอย่าง
ก่อนหน้านี้ อนิเมะที่ได้ทำเป็นภาพสีนั้น ส่วนมากจะเป็นอนิเมะที่เป็นตอนยาว หรือภาพยนต์อนิเมะ แต่ Kimba the
White Lion เรื่องนี้ เป็นอนิเมะ เรื่องแรกของญี่ปุ่นที่หันมาใช้ “ภาพสี” แทนภาพขาว-ดำ
และเนื่องด้วยการเปลี่ยนมาใช้ภาพสี เนื่องจากภาพสีนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีกว่าภาพขาว-ดำ ส่งผลให้ Kimba
the White Lion กลายเป็นอนิเมที่มีชื่อเสียงมากๆในญี่ปุ่นและกลายเป็นต้นแบบในการใช้ภาพสีของอนิเมในภายหลัง
Doraemon
ปิดท้ายกันที่ อนิเมะที่สร้างชื่อกระฉ่อนให้ญี่ปุ่นไปทั่วโลก แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอนิเมะเรื่อง โดราเอม่อน
เรื่องนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักดูอนิเมรุ่นไหนๆก็ต้องรู้จักกับเจ้าแมวสีฟ้าที่มีของวิเศษจำนวนมาก
กับเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหนแต่กลับมีความพยายามในเรื่องที่ตนสนใจอย่าง โนบิตะ และเพื่อนๆของทั้ง 2 คน
อย่างแน่นอน
โดเรม่อนนั้นออกฉายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1970 และเป็นอนิเมะ เรื่องแรกที่ได้ฉายไปทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
และได้รับเสียงตอบรับและชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลามกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ทำให้วงการอนิเมะญี่ปุ่นนั้นขึ้
นถึงจุดสูงสุดหรือเรียกได้เลยว่าเป็น “ยุคทองของ” โดราเอมอนนั้นได้ให้อะไรเรามากมาย ทั้งความสนุก ความรัก
และที่สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพ ทั้งหมดนี่ทำให้พวกเราทุกคนยังคงจดจำภาพของเจ้าแมวสีฟ้าไร้หูได้อย่างไม่มีลืมเลือน…

3 อันดับหนังที่ทำเงินตลอดกาล

3 อันดับหนังที่ทำเงินตลอดกาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ติดอันดับความนิยมได้สำเร็จ

การสร้างหนังให้คนชอบก็ว่ายากแล้ว แต่การจะสร้างหนังให้สามารถติดอันดับความนิยมตลอดกาลนับว่ายากกว่า แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีหลายเรื่องที่สามารถก้าวไปสู่จุดนั้นได้สำเร็จ และนี่คือ 3 สุดยอดหนังทำเงินตลอดกาลที่เป็นตำนาน และเคยมอบความสนุกให้ผู้คนมาแล้วทั่วโลก

Star wars : The force awakens

หลายคนคงไม่แปลกใจที่จะมีชื่อของสตาร์วอส์เข้ามาติดในอันดับนี้ เพราะนี่คือสุดยอดหนังที่ดีที่สุดตลอดกาลแนวอวกาศเท่าที่เคยมีมา นับจากอดีตถึงปัจจุบันได้มีหนังแนวสงครามอวกาศถูกสร้างมาแล้วมากมาย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยมีใครก้าวขึ้นมาล้มล้างบัลลังก์แชมป์ของสตาร์ วอส์ ได้เลย โดยภาคที่ถูกติดเป็นอันดับสุดยอดหนังทำเงินคือภาค Star wars : The force awakens ที่เป็นการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ขอปฐมบทแห่งเจได โดยเนื้อเรื่อง และอารมณ์ต่างๆยังคงความดั้งเดิมไม่ได้อย่างดีไม่มีผิดเพี้ยน และเป็นภาคที่เหล่าสาวกสตาร์ วอส์ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่านี่คือภาคที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยดูมาเลยทีเดียว โดยมาตรฐานของหนังเรื่องนี้นั้นสูงทีเดียวนับเป็นการท้ามายอย่างมากของจอร์จ ลูคัส ที่ตัดสินใจกล้านำเอาโปรเจ็คยักษ์นี้กลับมาปัดฝุ่น และนำเข้าฉายจอเงินอีกครั้ง ซึ่งก็คุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแท้จริงเพราะมันได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยมแถมยังทพงเนิทั่วโลกไป 64400000 เลยทีเดียว

ไททานิค

แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของหนังระดับตำนานเรื่องนี้อย่างแน่นอ ไททานิคกลายเป็นสุดยอดหนังตลอดกาลอย่างแท้จริง เพราะถึงแม้เวลาจะผ่านไปเป็นสิบๆปี แต่เรื่องราวของหนังเรื่องนี้ยังถูกจดจำ และถูกพูดถึงกันตลอดเวลา และยังคงเกาะกลุ่มหัวตารางอันดับหนังทำเงินได้อย่างเหนียวแน่นที่แม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีการถ่ายทำเข้ามาเพิ่มก็ยังไม่มีหนังเรื่องใดที่ลบล้างความขลังของไททานิคลงไปได้เลย โดยสุดยอดหนังเรื่องนี้เดิมทีเป็นหนังที่ทำยอดถล่มทลายเป็นอันดับหนึ่งเป็นระยะเวลายาวนานนับสิบๆปีแบบไร้คู่แข่ง และคนต่างคุ้นชื่อของ แจ็คกับโรส สองตัวเอกของเรื่องจนติดหูที่เป็นคู่รักต่างฐานะที่มาพบรักกันบนเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโรค แต่โชคร้ายกลับเจออุบัติเหตุไม่คาดฟันจนเรือล่ม และทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพรากจากกันจนเป็นตำนานหนังรักอันยิ่งใหญ่จวบจนทุกวันนี้

อวตาร

นี่คือที่สุดของที่สุดหนังทำเงินผู้ที่มาล้มล้างบัลลังก์ของไททานิคลงได้ ซึ่งคนที่ทำก็ไม่ใช่ใครนั่นคือ ดาวิด คาเมรอน คนเดียวกับที่สร้างไททานิคนั่นเอง โดยในเวลานั้นอวตารถือเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจตั้งแต่การสร้างเพราะตลอดทั้งเรื่องนั้นใช้เทคโนโลยีพิเศษเข้ามาช่วย และยังเป็นลักษณะการถ่ายทำที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าความแปลกใหม่นี้ได้สร้างความสนใจให้กับคอหนังทั่วโลกที่ได้ตื่นตาท้งตัวละครที่ยิ่งกว่านั้นคือจนตการของผู้ืำที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ผ่านการออกแบบตัวละครในเรื่องรวมถึงชาติต่างๆที่งดงามน่าประทับใจจึงไม่แปลกเลยที่มันกลายเป็นสุดยอดหนังทำเงินที่โกยรายได้ไปกว่า 86900000000 บาท ทิ้งห่างไททานิคไปไกลโข และกลายเป็นสุดยอดหนังทำเงินอันดับหนึ่งของโลกอยู่ในเวลานี้…

ภาพยนต์

โอตาคุน่องเหล็ก

‘โอตาคุน่องเหล็ก’ การ์ตูนน้ำดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักปั่นได้ดี
สำหรับมือใหม่หัดปั่นที่รู้สึกท้อแท้กับการปั่นจักรยาน เพราะไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน
ก็ไม่สามารถทำความเร็วได้เท่ากับคนอื่นๆ ในกลุ่มสักที จนรู้สึกอยากปั่นให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย
เราแนะนำให้วางจักรยานไว้สักพัก แล้วหาหนังสือการ์ตูนเรื่อง ‘โอตาคุน่องเหล็ก’ ผลงานการเขียนของ ‘วาตารุ
วานาตาเบะ’ มานั่งอ่านนอนอ่านกันก่อนสักพักหนึ่ง
เพราะการ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับการปั่นจักรยาน
ที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่ภาพสวยและฉากแอคชั่นดุเดือดเพียงเท่านั้น แต่คาแรกเตอร์ส่วนใหญ่ในการ์ตูนโอตาคุน่องเหล็ก
สามารถแรงบันดาลใจหลายอย่างให้กับคนอื่น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปั่นหรือไม่ได้เป็น หากได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้
คุณจะได้รับพลังด้านบวกกลับมามากมาย ยิ่งถ้าคุณเป็นนักปั่นอยู่แล้ว
คุณจะยิ่งอินและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวละครมากขึ้น
เรื่องราวของโอตาคุน่องเหล็ก เปิดขึ้นรอบตัวของ โอโนดะ ซากามิชิ นักเรียนมัธยมฯ โรงเรียนโซโฮคุ
ผู้เป็นโอตาคุตัวจริงเสียงจริง ที่ได้รับการชักชวนให้เข้าเป็นสมาชิกชมรมจักรยาน
ทำให้เขาได้ตระหนักถึงพรสวรรค์ในการขี่จักรยานขึ้นเขาของตัวเอง
จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งสมาชิกคนสำคัญของทีมในที่สุด
แต่คำถามคือโอโนดะเก่งเรื่องการปัญจักรยานขึ้นเขามาตั้งแต่เกิดหรือเปล่า แน่นอนว่าคำตอบคือ ‘ไม่’
เพราะสิ่งที่ทำให้เขามีความสามารถในการปั่นจักรยานขึ้นเขานั้น เกิดจากความเป็นโอตาคุของเขานั่นเอง
เพราะด้วยความชื่นชอบทราคอน (การ์ตูนเรื่องหนึ่งในโอตาคุน่องเหล็ก) เป็นการส่วนตัวในระดับโอตาคุตัวยง
บวกกับเมืองที่เขาอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากอากิฮาบาระ แหล่งรวมร้านขายของสำหรับโอตาคุมากพอสมควร
ทำให้เขาต้องปั่นจักรยานจากเมืองที่อยู่อาศัย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเขาชัน ไปกลับอากิฮาบาระอยู่บ่อยๆ
เพราะไม่อยากเสียเงินค่ารถไฟ ด้วยจักรยานจ่ายตลาดมาตลอดหลายปี
ทำให้ร่างกายของเขาคุ้นชินและมีพละกำลังมากพอต่อการผันตัวเองไปเป็นนักปั่นจักรยาน
แต่ก็ไม่ใช่แค่ตัวละครโอโนดะเท่านั้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอ่านที่เป็นนักปั่นได้
เพราะในเรื่องยังมีตัวละครอีกหลายตัวที่นักปั่นมือใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่างในการเริ่มต้นปั่นจักรยานอย่างจริงจัง…

ภาพยนต์

The Soul Keeper

The Soul Keeper ชู้รักของคาร์ล จุง
ความหวือหวาของชื่อภาษาไทย ความรัก ตัณหา ไฟสงคราม และความร้อนแรงของรูปที่อยู่บนปกแผ่น
ชายหญิงเปลือยกายกอดก่ายกันแนบแน่น ทำให้อดใจไม่ไหวซึ่ง อดใจไม่ไหวจึงของแนะนำ The Soul Keeper หนัง
R ที่อุดมไปด้วยฉากรักที่ดุเดือดมาเล่นให้ฟัง
หนังเรื่องนี้เค้าโครงมาจากเรื่องจริงตัวละครที่นำเสนอภาพที่เข้มขนของ ซาบิน่า สปินไรด์ ผู้ป่วยโรคจิต
ซึ่งกลายมาเป็นคนไข้ ชู้รักและผู้ดูแลวิญญาณของ คาร์ล จุง นักจิตวิเคราะห์ชื่อดัง
ตัวละครที่เอ่ยมามรตัวตนจริงอยู่บนโลกแม้หนังจะโฟกัสไปที่ชีวิตของ ซาบิน่า
เป็นด้านหลักแต่ความสัมพันธ์อันลึกล้ำที่เธอมีกับ คาร์ล จุง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังให้เราเห็ฯมากขึ้นนอกจากความคิด ทฤษฏี
และผลงานของของ เท่าที่เคยรู้และเรียนมา
ความสัมผัสระหว่าง คาร์ลจุง กับ ซาบิน่า เกิดขึ้นในฐานะชู้รัก เพราะตอนที่มีความสัมพันธ์กัน จุง
มีลูกเมียแล้วแต่ความใกล้ชิดและฤทธิ์บ้าเซ็กส์ทำให้ทั้งคู่ผวาสู่อ้อมแขนขาของกันปรนแปรอสรสวาทให้แก้กันจนหนำใจ
ก่อนจะแยกทางไปด้วยความเจ็บปวดเพื่อรักษาสถานภาพและชื่อเสียงของ คาร์ล จุง
อย่างไรก็ตามทั้งคู่ยังรักกันคิดถึงกัน
ติดต่อกันผ่านทางจดหมายและจิตวิญญาณหลังจากหายป่วยซาบิน่าก็แต่งงานกับเพื่อที่เรียนหมอมาด้วยกัน
จากนั้นจึงพาสามาถและลูกสาวย้ายไปอยู่รัสเซียบ้านเกิดของ ซาบิน่า ในช่วงปฏิวัติสังคมสมัยผู้น้ำอย่าง เลนิน
เธอได้นำความรู้ด้านจิตวิทยาที่ได้ร้ำเรียนมาไปเปิดโรงเรียนเด็กกำพร้าที่นำทฤษฏีด้านจิตบำบัดเข้ามาใช้
แต่ก็ถูกสั่งปิดและทำลายทิ้งในเวลาต่อมา ซาบิน่า ซึ่งมีเชื้อยิว
ถูกฆ่าตายใต้เงื้อมมือของนาซีช่วงเยอรมันบุกรัสเซียจบชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันอันร้องแรงของกระสุนในสงคราม
ความจริงหนังก็ตั้งชื่อไทยได้ตรงกับเนื้อเรื่อง นั้นคือ ความรัก ในช่วงต้น ช่วงที่ คาร์ล จุง รักษาซาบิน่า
รักษาด้วยตัณหา เซ็ก และความสวาทอันร้อนแรงในไฟสราม
ซึ่งดึงซาบิน่ากลับสู่รัสเซียและพรากชีวิตของเธอไปจากโลกในท้ายสุด…