สุดยอดหนังไทย ทำเงินสูงสุดตลอดกาล

พี่มาก…พระโขนง รายได้ 1,000 ล้านบาท
เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ลืมหนังผีสุดฮาอย่างเรื่อง พี่มาก…พระโขนง
ที่ปิดรายได้ไปอย่างสวยงามกับรายได้ในประเทศไปถึง 1,000 ล้านบาท
ซึ่งถือเป็นหนังไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ไทยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มี
ภาพยนตร์เรื่องใดสามารถทำเงินทะลุหลักพันล้านมาก่อน อีกทั้งเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย GTH
ที่ทำรายได้สูงสุดอีกด้วย นี่ยังไม่รวมยอดรายได้จากการนำไปฉายที่ต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว
เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งมีฐานแฟนคลับของค่าย GTH หนาแน่นพอสมควร
จนมีกระแสข่าวความแรงมาเป็นระยะๆ ว่า รอบฉายที่ต่างประเทศของหนังเรื่องนี้ คนดูเต็มทุกรอบ
ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยเลยก็ว่าได้
ไม่ใช่ทุกครั้งที่มีการคิดนอกกรอบแล้วจะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับ โต้ง บรรจง ปิสันธนกุล
ผู้กำกับพันล้านคนแรกของวงการภาพยนตร์ทำมันได้สำเร็จกับการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ตำนานผีที่ลือเลื่องที่สุดของไทย
กล้าที่จะฉีกตำนาน แม่นาคพระโขนงในรูปแบบเดิมๆ แต่การฉีกแนวหนังในครั้งนี้ ได้รับการวางแผนมาอย่างดี
รู้จักวิธีที่จะอุดรอยรั่ว ช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นในหนังและรู้ว่าจะกระทบกับคนดูอย่างไร และจะแก้เกมอย่างไร
การวางเส้นเรื่องให้ 4 เกลอ เผือก-เต๋อ-เอ-ชิน นำทางหนังด้วยความฮา และประกาศให้เป็นที่รู้กันว่า พี่มาก…พระโขนง
คืออะไร ไม่ใช่การยืดตามตำนาน 100% และให้ มาริโอ้ กับ ใหม่ ดาวิกา รับหน้าที่ตัวละครหลักของเรื่อง
รับผิดชอบด้านซีนอารมณ์ และสองพระนางก็สอบผ่านด้านความฮาด้วยเช่นกัน ความลงตัวทั้งหลายระหว่างนักแสดง
ผู้กำกับ บทภาพยนตร์ และการตลาดที่แข็งแรง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ พี่มาก…พระโขนง ทำรายได้ 1,000ล้านบาท

สุริโยไท รายได้ 550 ล้าน
เป็นที่ทราบกันดีว่าตำนานพระศรีสุริโยไทนั้นยิ่งใหญ่ และเมื่อมาอยู่ในมือของท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้กำกับที่มักจะจับงานใหญ่ๆ อยู่เสมอ บวกกับพลังดาราที่ทุกคนเรียกได้ว่า
เป็นแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยในขณะนั้น ทุกอย่างคือการรวมตัวของสิ่งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่
ทั้งตัวละครหลักในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ นักแสดงที่มีผลงานการันตีฝีมือ
ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญงานสร้างสเกลใหญ่ๆ คนไทยทั้งประเทศต่างแห่แหนเพื่อเข้าชมภาพยนตร์ที่มีความยาวร่วม 3ชั่วโมง
แม้ว่าจะต้องต่อคิวซื้อบัตรนานหลายชั่วโมงอีกก็ตาม จึงเป็นปรากฏการณ์ 550 ล้าน
สำหรับหนังไทยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศเมื่อ 13 ปีที่แล้วนั่นเอง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 ภาค ซึ่งแต่ละภาคนั้นรายได้ที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน โดยภาค 1 ตอน
องค์ประกันหงสา 219.06 ล้านบาท ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ 216.87 ล้านบาท ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี 203.7
ล้านบาท ภาค 4 ตอน ศึกนันทบุเรง 135 ล้านบาท และ ภาค 5 ตอน ยุทธหัตถี 201.9 ล้านบาท
จะเห็นว่ารายได้ของตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทั้ง 5 ภาคนั้น รายได้ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
ด้วยความที่ในแต่ละภาคมีระยะเวลาในการถ่ายทำห่างกันนานหลายปี เลยทำให้ดูเหมือนเริ่มขาดความน่าสนใจไป…

Hellboy 3 โค่นบัลลังราชชินีความมืด

Hellboy: Rise of the Blood Queen
ผู้กำกับ : นีล มาร์แชล
แนวภาพยนตร์ : ภาพยนตร์แอ็คชั่น , หนังผจญภัย , จินตนาการ
นักแสดงนำ : เดวิด ฮาร์เบอร์ , มิลล่า โจโววิช
กำหนดฉาย : 12 เมษายน 2019
กับมาแล้วสำหรับภาพยนตร์ที่ผู้คนต่างรอคอย Hellboy ภาพยนตร์แอ็คชั่นของผู้กำกับผู้สร้างตำนานอย่าง กิลเลอร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro)
ที่ได้สร้างหนังเรื่องนี้ไว้ถึงสองภาคคือ Hellboy 1 ออกฉายเมื่อปี 2004 และต่อมาอีก 4 ปี Hellboy II: The Golden Army ก็ได้ออกฉายตามในปี 2008
ปัจจุบันผ่านมาแล้วถึง 10 ปี ภาพยนตร์ที่เราต่างรอคอยก็ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว ไปชมเลย
เมื่อปีที่แล้วมีรายงานจากต่างประเทศเข้ามาว่า Hellboy 3 ภาพยนตร์ที่แฟนๆ ต่างรอคอยจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว ทำเอาแฟนๆ ต่างผิดหวังไม่น้อยเพราะ กิลเลอร์โม เดล โตโร
ออกปากเองว่าจะไม่ขอนั่งเก้าอี้คุมหนังเรื่องนี้อีกด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำให้ค่ายหนัง Millennium กลับมีแผนการเตรียมเอาโปรเจค Hellboy
มารีบูตใหม่ไม่เชิงว่าเป็นภาพยนตร์ภาค 3 แต่เรื่องราวยังคงสู้อยู่กับปีศาจจากขุมนรกในชื่อเต็มว่า Hellboy: Rise of the Blood Queen
ภาพยนตร์สานต่อความต้องการของคนดู โดยได้ผู้กำกับคนใหม่อย่าง นีล มาร์แชล (Neil Marshall)
ผู้กำกับจากซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones มาทำหน้าที่คุมเก้าอี้ผู้กำกับครั้งนี้
เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวข้องกับปีศาจร้าย พวกปีศาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมายึดครองโลกจากราชชินีความมืด
แผนการร้ายของเธอดำเนินไปด้วยดีจนทหารฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าไปขัดขวางนำโดยพระเอกของเรา เฮลล์บอย แทน รอน (เดวิด ฮาร์เบอร์) ปีศาจกลับใจ
เข้ามาขัดขวางการยึดครองโลกครั้งนี้ ทำให่สงครามได้เกิดขึ้นระหว่างปีศาจและปีศาจ…

สุดยอด 5 ภาพยนตร์แห่งกีฬา

5. Seabiscuit Seabiscuit เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ ชาร์ล โฮเวิร์ด (นำแสดงโดย เจฟฟ์ บริดจ์)
อดีตช่างซ่อมรถ ที่ผันตัวเองจนกลายเป็นคนร่ำรวย ด้วยการประกอบอาชีพเป็นเซลส์ขายรถยนต์ เขามีม้าตัวเล็ก ๆ
ตัวหนึ่งชื่อ Seabiscuit ต่อมา โฮเวิร์ด ได้จับมือกับอดีตนักมวยที่ตาเสียคนหนึ่ง ชื่อ เรด พอลลาร์ด (โทบีย์ แมไกวร์)
ให้เขามาเป็นจ็อกกี้ขี่เจ้า Seabiscuit โดยมี ทอม สมิธ (คริส คูเปอร์) อดีตผู้ฝึกม้ามือดี มาเป็นเทรนเนอร์ให้ เรื่องราวของ
Seabiscuit กลายเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศอเมริกา เนื่องจากเจ้าม้าตัวเล็กนี้ ชนะรางวัลเกียรติยศในปี 1938
ที่สามารถเอาชนะม้าแข่งที่ไม่เคยแพ้ใครลงได้
4. Remember The Titans ปี 1971 หนังอเมริกันฟุตบอลระดับไฮสคูล
ที่มีกลิ่นอายของตวามขัดแย้งขอผู้หญิงที่กีดกันเรื่องสีผิว และโค้ชใหม่ (แดนเซล)ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า
การเข้มกฎวินัยของเขาสามารถหลอมรวมทุกสีผิวให้เกิดมิตรภาพแห่งทีมได้อย่าง แท้จริง แม้ว่า
ประวัติศาสตร์จะไม่ได้จารึกชื่อของวีรบุรุษทั้งสอง นามว่า เฮอร์แมน บูน และ บิล โยสต์ ก็ตาม
ทว่าก็เพราะพวกเขานี้เอง ที่ทำให้เวอร์จิเนียคงไว้ซึ่งวลีที่ว่า Remember the Titans
3. Million Dollar Baby เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักมวยหญิง ที่อยากมีเทรนเนอร์คอยสอนให้ จนประสบความสำเร็จ
แต่สุดท้าย กลับได้รับอุบัติเหตุระหว่างการชก จนต้องพิการเป็นอัมพาต ก่อนเทรนเนอร์ที่ผูกพันราวพ่อกับลูกสาว
ยอมฉีดยาเพื่อให้ศิษย์หลับไปแบบตลอดกาล โดยไม่ทุกข์ทรมาน สำหรับหนังเรื่องนี้ กำกับ และนำแสดงโดย คลิ้นท์
อีสต์วู้ด ดารารุ่นเก๋า กับ ฮิลารี่ สแวงค์ นักแสดงหญิง และ มอร์แกน ฟรีแมน อีกหนึ่งดาราผิวสีวัยดึก
ที่เคยร่วมงานกับอีสต์วู้ดมาแล้ว สำหรับ Million Dollar Baby ใช้ทุนสร้างแค่ 30 ล้าน แต่กลับทำเงิน 216 ล้านเหรียญ
พร้อมกวาดออสการ์อีก 4 ตัว ซึ่งรวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2004
2. Victory บทภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ ฮังการี ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1962 เรื่อง Two half-times in
Hell ซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องจริงที่เกิดกับทีมฟุตบอล ดินาโมเคียฟ ทีมอันดับหนึ่งของยูเครน
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กับการแข่งขันนัดที่เรียกว่านัดแห่งความตาย (The Death Match) เมื่อวันที่ 9
สิงหาคม ค.ศ. 1942 ขณะนั้นนาซีเยอรมันยึดครองรัสเซีย
และจัดการแข่งขันโดยสั่งให้ทีมดินาโมเคียฟยอมแพ้แก่ทีมเยอรมัน แต่นักฟุตบอลเลือกที่จะสู้อย่างเต็มที่ จนชนะ 5-3
และชนะ 8-0 ในการแข่งขันซ้ำในสัปดาห์ถัดมา หลังการแข่งขัน นักฟุตบอลทีมดินาโมเคียฟถูกส่งเข้าค่ายกักกัน
และทรมานจนเสียชีวิตเกือบทั้งทีม ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี
เนื่องจากออกฉายในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน ซึ่งจัดการแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน-
กรกฎาคม พ.ศ. 2525 โดยมีนักเตะที่ร่วมแสดงในเรื่อง 3 คน ที่เคยร่วมทีมชาติที่ได้แชมป์โลก คือ บอบบี มัวร์ (อังกฤษ,
แชมป์ฟุตบอลโลก 1966), เปเล่ (บราซิล, แชมป์ฟุตบอลโลก 1958, 1962, 1970) และ ออสวัลโด อาร์ดิเลส
(อาร์เจนตินา แชมป์ฟุตบอลโลก 1978) นอกจากนี้ยังมี คาซิมีร์ซ เดย์นา (โปแลนด์, ที่ 3 ฟุตบอลโลก 1974)
1. Rocky นี่คือภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดให้กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน อย่างแท้จริง เพราะนักแสดงเขื้อสายอิตาเลี่ยนผู้นี้
ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในตอนนั้น ก่อนจะเอาบทหนังร็อคกี้ที่เขียนเอง เร่ไปขายตามสตูดิโอต่างๆ จนค่ายหนัง เมโทร
โกลด์วิน เมเยอร์ ตอบตกลง แต่ให้งบประมาณเพียงล้านเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อภาพยนตร์มวยเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี
1976 กลับทำรายได้ถล่มทลายถึง 225 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คว้ารางวัลออสการ์มาครองถึง 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้น
เป็นรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ม ส่วนเนื้อหาของ ร็อคกี้ คือนักมวยต๊อกต๋อยจากฟิลาเดลเฟีย
ที่มีโอกาสได้ชกชิงแชมป์โลกกับ อพอลโล่ ครีด เจ้าของแชมป์ ที่ต้องหาคู่ชกมาขัดตาทัพ นอกจากนี้
ร็อคกี้ยังเป็นหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้คนในทุกสายอาชีพทั่วโลกอีกด้วย…

บทของฉันล่ะ!!? คาเรน กิลแลน เปิดเผยไม่ได้สคริปต์หนัง Avengers 4

อย่างที่คนจำนวนไม่น้อยได้มองเห็นกันแล้วว่าใน Avengers: Infinity War มีตัวละครที่จะต้องเสียชีวิตไปหลายต่อหลายราย ในเวลาเดียวกันก็มีคนที่มีชีวิตรอดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 
เพราะฉะนั้นผู้แสดงพวกนี้ที่รอดตายควรมีหน้าที่อย่างมากมายใน Avengers ภาคถัดไป อย่างแน่นอนเลย แต่ว่าก็มีเรื่องมีราวที่ไม่ถูกคลาดไปบ้างเมื่อ ในผู้แสดงที่รอดตายอย่าง เนบิวลา 
ที่เล่นบทโดย คาเรน กิลแลน (Karen Gillan) กลับไม่ได้บทพูดอะไรเลย ใน Avengers ภาคต่อที่ ที่มีคิวเข้าฉายบ้านพวกเราตอนต้นปีถัดไป
โดยทาง คาเรน กิลแลน ได้เล่าเรื่องราวนี้ให้แฟนคลับได้ตกใจ ในงาน ACE Comic Con เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ว่า‘’ฉันกลายเป็นนักแสดงตัวเดียวที่ไม่ได้สคิปต์ของหนัง 
ซึ่งตัวฉันเองมีความมุ่งมั่นที่จะคอยรับชมว่าหนังว่าจะออกมาเป็นเยี่ยงไร รวมทั้งในหน้าที่ซีนของฉันจะมีความเหมาะกันกับหนังได้มากแค่ไหน แต่ส่วนตัวมีความคิดว่าจะไปได้สวยนะกับหนังประเด็นนี้’’
ดังนี้บรรดาแฟนหนังหัวข้อนี้กลับเห็นว่า การที่ตัวของ เนบิวลา นั้นรอดออกมาจากที่ธานอสดีดนิ้วในตอนสุดท้ายของAvengers: Infinity War นั้น นับได้ว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว 
แต่ก็โชคร้ายที่ผู้แสดงนี้กลับไม่มีสคริปต์กล่าวเลยใน Avengers ภาคถัดไป ยิ่งกว่านั้นยังมีความน่าจะเป็นไปได้ที่ซีนของนักแสดงอย่าง เนบิล่า ที่ถ่ายเอาไว้ใน Avengers: Infinity War
แต่ว่าถูกเอาออกไปจากเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบทจริงแล้วก็เลียนแบบ บางซีนจะถูกนำกลับใช้เพิ่มเติมใน ใน Avengersภาคถัดไป ที่แฟนคลับรอคอยดู ก็เป็นไปได้
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Avengers ภาคต่อที่ ที่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อตอนอย่างเป็นทางการออกมานั้นมีระบุจะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคม 2019

เจาะเบื้องลึกมหากาพย์ลบหนวด เฮนรี คาวิลล์ ใน Justice League

กลายเป็นมหากาพย์หนวดที่น่าจะถูกเอาไปล้อกันยันลูกบวช
กับการปรากฎตัวของเฮนรี คาวิลล์ในบทซูเปอร์แมน ในภาพยนตร์ Justice League
ที่หลังจากการถ่ายซ่อมเพิ่มเติม คนดูก็ได้ตื่นตะลึงกับซูเปอร์แมนที่ผ่านการใช้เทคนิค
CG ลบหนวดจนเหมือนเป็นร้อนใน
เพราะในช่วงเวลาถ่ายซ่อมนั้นเฮนรีติดคิวถ่ายภาพยนตร์ Mission: Impossible –
Fallout ในบท ออกัสต์ วอล์คเกอร์ สายลับของ CIA ที่มาพร้อมหนวดเคราครึ้ม
ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าดูเท่และมีเสน่ห์ดุดันมากจริงๆ
ซึ่งเบื้องหลังของเรื่องนี้ คริสโตเฟอร์ แมคไควรี ผู้กำกับภาพยนตร์ มิชชั่น:
อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลเอาท์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลของเรื่องนี้กันแล้ว
โดยตัวเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Empire เอาไว้ว่า “ผมได้รับโทรศัพท์จาก ชาร์ลส์ โรเวน
(โปรดิวเซอร์ของ Justice League) ในช่วงที่ Justice League ต้องถ่ายทำเพิ่มเติม”
“เขาบอกกับผมว่า ‘เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เราอยากให้เฮนรี
คาวิลล์โกนหนวดของเขา เพื่อกลับมาถ่ายทำฉากซ่อมเพิ่มเติม’ ผมเลยตอบกลับไปว่า
‘ผมอยากจะทำทุกอย่างที่พอจะช่วยคุณได้
แต่ผมก็ต้องคิดถึงเรื่องของการถ่ายทำเหมือนกันขอให้ผมไปคุยกับทุกคนก่อนแล้วดูว่าพ
อจะสามารถขยับตารางงานได้ไหม’…”
“หลังจากนั้นผมเลยได้ไปคุยกับเจค ไมเยอร์ส (โปรดิวเซอร์ของ Mission:
Impossible – Fallout) เราได้คุยกันหลายทางและแนะนำว่า ถ้าเราให้เฮนรีโกนหนวด
เราก็ต้องรอให้หนวดของเขากลับมาอีกครั้ง หรืออาจจะใช้เทคนิค CG
ในการสร้างหนวดขึ้นมาใหม่”
“แต่ไม่ว่ายังไง เมื่อเราดูหนวดปลอมจากภาพระยะใกล้ด้วยกล้อง 75mm. แล้ว
มันดูเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากหนวดปลอม”
แทบไม่ได้เลยสำหรับ Justice League ในการให้เฮนรี
คาวิลล์กลับไปในสภาพใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา แต่คริสโตเฟอร์ แมคไควรี และ เจค
ไมเยอร์ส ได้เสนอทางเลือกใหม่ว่า พวกเขาจะยอมให้เฮนรีโกนหนวดได้
หากทางทีมงาน Justice League จ่ายค่าเสียเวลาการถ่ายทำทั้งหมดเป็นเงิน 3
ล้านเหรียญ โดยจะหยุดการถ่ายทำทั้งหมดเพื่อรอให้หนวดของเฮนรีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
แต่ความหวังของ Justice League ต้องดับวูบลงอีกครั้ง เพราะทาง Paramount
Pictures ตัดสินใจไม่ยอมกับทางเลือกนี้เด็ดขาด
เราจึงได้เห็นซูเปอร์แมนในแบบที่เราได้ชมกันไปในโรงภาพยนตร์…

ภาพยนต์สยองขวัญ

1.Deadman Wonderland
“อิงาราชิ กันตะ” เด็กหนุ่มมัธยมต้น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ทำให้กันตะต้องกลายเป็น “ผู้ต้องหา”
คดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนและถูกส่งตัวเข้าไปขังใน Deadman Wonderland เพื่อรอการประหาร
ทำให้เขาได้รู้จักกับ “ชิโระ”สาวน้อยปริศนาแถมได้ค้นพบว่าตัวเองนั้นมีพลังประหลาดเพื่อต่อสู้กับ
เหล่านักโทษจนหมด


2.Higurashi No Naku Koro Ni
อนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นจากเกมแนว Visual Novel และถูกทำเป็นมังงะ และได้รับกระแสตอบรับมากในญี่ปุ่น
โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ เคอิจิ เด็กหนุ่มที่ต้องย้ายไปเรียนที่หมู่บ้าน ฮินามิซาวะ
และได้พบกับเรื่องราวสุดสยองขวัญหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งในอนิเมะเราจะได้ดูบทปริศนา พร้อมกับเฉลยรวม 8บทด้วยกัน
และจะได้เห็นตัวละครตายแบบสยองขวัญจนกว่าจะคลี่คลายเรื่องราวได้เลยทีเดียว


3.Tokyo Ghoul
“คาเนกิ เคน” นักศึกษามหาลัยธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขาได้พบกับ “คามิชิโระ ริเสะ”
ในร้านคาเฟ่ อันเทย์คุ ที่ชอบไปประจำ เพราะความชอบที่เหมือนกันทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้เร็ว
ต่อมาคืนหนึ่งคาเนกิก็ได้รู้ว่า ริเสะ คือ กูล สิ่ง มีชีวิตที่กินมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งได้รับฉายาว่า จอมเขมือบ
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์หนึ่งทำให้คาเนกิต้องกลายเป็นกูลไป
จนได้ทำงานที่ร้านคาเฟ่อันเทย์คุซึ่งพนักงานในร้านล้วนเป็นกูลทั้งหมด


4.Corpse Party
อนิเมะสยองขวัญที่มาจากเกมแนว Visual Novel ที่ขายดีอีกเกม ซึ่งเป็นเรื่องราวของซาโตชิ
และผองเพื่อนที่เผอิญไปทำพิธีกรรมแบบประหลาดตามคำขอของเพื่อน
ทำให้ต้องไปติดอยู่ในอีกมิติหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าวิญญาณอาฆาต


5.Jigoku Shoujo
อนิเมะจากมังงะแนวสาวน้อย ที่เป็นเรื่องราวของการล้างแค้นผ่านทางเว็บไซต์มรณะ
เพื่อลากคนที่เราต้องการแก้แค้นไปลงนรกจากตุ๊กตาฟางที่ได้รับจากสาวน้อยที่ ชือว่าเอ็นมะ ไอ
ซึ่งเธอนั้นจะมีผู้ช่วยเป็นเหล่าภูตผีในตำนานของญี่ปุ่น เพื่อช่วยในกันจับคนลงนรก


6.Soul Eater ยมทูตแสบสายพันธุ์ซ่า
มากะ อัลบาร์น ผู้ใช้อาวุธ กับอาวุธเคียวปีศาจ โซล อีทเตอร์ ที่ตั้งใจรวบรวมไข่วิญญาณ คิชิน ได้ 99 ดวง
และเมื่อได้วิญญาณของแม่มดอีก 1 ดวง เพื่อทำให้อาวุธกลายเป็น Death Scythe อาวุธสุดยอดของเหล่ายมฑูต
แต่ผลสุดท้ายทั้งคู่ได้วิญญาณดวงสุดท้ายที่ไม่ใช่วิญญาณของแม่มด แต่กลับกลายเป็นวิญญาณของแมวที่ชื่อว่า
แบลร์ ท่านยมทูตจึงทำการให้ทั้งสองจึงต้องเริ่มรวบรวมวิญญาณใหม่และต้องร่วมมือกับ แบล็คสตาร์ และ สึบากิ
ในบทเรียนซ่อมที่ท่านยมทูตได้กำหนดให้

Like Crazy 2011 สุดยอดหนังรักแห่งประวัติศาสตร์

สมัยที่เรายังเด็กกว่านี้ หากให้เปรียบความรักเป็นฤดู เราคงบอกว่าความรักคือฤดูร้อน
เธอหรือเขาเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ สดใสและเบิกบาน งดงามดั่งดอกไม้ที่แย่งกันเบ่งบานเพื่ออวดโฉม
เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย ผ่านร้อนผ่านหนาวให้หัวใจได้ล้มลุกคลุกคลานมาบ้าง ความรักจะกลับกลายเป็นฤดูฝน
เศร้าสร้อยและโหมกระหน่ำ ทิ่มแทงและรุนแรง รวดร้าวและยากจะลืมเลือน
แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ความรักจะสวยงามกว่าที่ผ่านมา เราจะมองมันอย่างเข้าอกเข้าใจ
แม้ว่ามันจะหวานปนขมไปบ้าง ไม่ต่างจากฤดูหนาวที่ให้ความอุ่นข้างในหัวใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด
ในการเดินทางของความรักในชีวิต มันจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะทั้งรักทั้งชัง เราอาจเสียน้ำตาไปมากมาย
แต่ก่อนหน้านั้นเราก็ได้รับรอยยิ้มมามากเกินกว่าจะคาดเดาได้เช่นกัน
ยิ่งรักมากเท่าไร เราก็ร้าวมากเท่านั้น และความรักจากภาพยนตร์ 5 เรื่องนี้ก็ทำหัวใจคนดูสลายเอาง่ายๆ ได้เหมือนกัน
เวลาตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เรามักทำอะไรที่บางทีพอมองย้อนกลับไปแล้วก็คิดว่าไม่สมควรเอาเสียเลย
รักที่ขาดสตินั้นทำชีวิตล้มครืนเอาได้ง่ายๆ เพราะบางสิ่งก็คอขาดบาดตายเกินไปที่จะเสี่ยงทำอะไรไม่เข้าท่า
อย่างที่ตัวละครแอนนาในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำ
ขณะที่ Like Crazy นำแสดงโดยแอนตัน เยลชิน นักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ผลงานของเขา อาทิ
Star Trek (2009), Fright Night (2011) และ Green Room (2015) ซึ่งแสดงคู่กับนางเอกสาวเฟลิซิตี้ โจนส์
ที่มีผลงานมากมายไม่แพ้กัน เช่น The Theory of Everything (2014), Inferno (2016) และ Rogue One: A Star Wars
Story (2016)
ภาพยนตร์เปิดฉากมาด้วยการบรรยายหน้าชั้นเรียนของแอนนา
นักศึกษาสาวชาวอังกฤษที่เดินทางมาเรียนไกลถึงลอสแอนเจลิส เธอเรียนคลาสเดียวกับเจค็อบ ชายหนุ่มท่าทางใสซื่อ
แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด แอนนาตัดสินใจส่งจดหมายไปถึงเขา และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรัก
วันเวลาต่อจากนั้นช่างสดใสและมีความหมาย
แต่การเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายนั่นหมายถึงเมื่อเรียนจบแล้วพวกเขาก็ต้องแยกจากกัน
เรื่องมันไม่ควรจะยากถ้าหากแอนนาไม่อยู่เกินระยะเวลาที่วีซ่ากำหนด การเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆ
จากช่วงเวลานั้นคือหายนะของความรักที่ทั้งแอนนาและเจค็อบต่างทำพลาด
ในที่สุดแอนนาก็ต้องกลับบ้าน ระยะทางที่ห่างไกลยิ่งทำให้พวกเขาโหยหากัน
แอนนากลับมาที่ลอสแอนเจลิสอีกครั้งในฐานะนักท่องเที่ยว แต่เธอโดนปฎิเสธที่จะให้เข้าประเทศ
เนื่องจากความผิดครั้งก่อน ชีวิตรักของทั้งคู่จึงเริ่มไม่สดใสเหมือนเก่า และค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1974 : The Towering Inferno

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1974เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The Towering
Inferno หรือ ตึกนรก ภาพยนตร์ภัยพิบัติระดับตำนานที่รวบรวมดาวดังในสมัยนั้นไว้อย่างคับคั่ง ภายใต้มือการกำกับของ
จอห์น จิลเลอร์มินทำไมภาพยนตร์เรื่อง The Towering Infernoคือการรวมตัวของดาราดังระดับแม่เหล็กมากมาย นั่นก็เพราะ
จอห์น จิลเลอร์มิน ได้ พอล นิวแมน มารับบท ดั๊กวิศวกรผู้สร้างตึกสูง 130 ชั้น และได้ สตีห แม็คควีน มารับบท ไมค์
หัวหน้ากองดับเพลิงที่มาช่วยกู้วิกฤตินอกจากนี้ยังได้ วิลเลียม โฮลเด้น มารับบทเจ้าของตึกสูง
130 ชั้น, เฟย์ ดันอเวย์ รับบทหญิงคนรักของ ดั๊ก และ เฟร็ดแอสแตร์ รับบทแขกผู้มาพักในโรงแรม
ซึ่งยังมีดาราดังอีกหลายรายที่เราไม่ได้เอ่ยถึงในภาพยนตร์เรื่อง The Towering Inferno
โดยภาพยนตร์เรื่อง The Towering Inferno มีความยาว 2 ชั่วโมง กับ 40 นาที ซึ่งแบ่งช่วงไว้ชัดเจน คือ 40 นาทีแรก
เป็นการปูพื้นแนะนำตัวละคร ขณะที่ 2 ชั่วโมงหลัง เป็นเหตุเพลิงไหม้บนตึกที่สูงที่สุดในโลก
ซึ่งความน่าตื่นตาตื่นใจของภาพยนตร์ The Towering Inferno จะอยู่ที่ 2 ชั่วโมงหลัง เพราะมีการกระหน่ำทั้ง Effect
ความตื่นเต้นลุ้นระทึก ปนด้วยความสยดสยองเมื่อต้องมาเห็นคนตายไปทีละรายอันเนื่องจากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด อย่างไรก็ตาม ช่วง 40 นาทีแรก
ก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เรามักเจอในภาพยนตร์ยุคนั้น เพราะ The Towering Inferno
เล่าเรื่องปูพื้นให้ตัวละครแต่ละรายมีปมน่าสนใจ โดยเฉพาะปมของ เฟร็ด แอสแตร์ ที่ดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน
นอกจากนี้ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ The Towering Inferno คือส่วนใหญ่จะลงทุนสร้างฉากจริง
ถ้าไม่นับตึกที่เป็นโมเดล ฉากอื่นๆ ไม่ว่าจะฉากไฟโหมกระหน่ำในห้อง, ฉากบันไดหนีไฟถล่ม หรือไคลแม็กซ์ที่ต้องใช้น้ำกันอย่างมหาศาล
แต่ละฉากของจริงทั้งสิ้น ภาพยนตร์ The Towering Infernoเลยทำให้ผู้ชมนั่งลุ้นตามได้ไม่ยาก เพราะมันไม่ใช่ CG
แต่เป็นวัสดุจริง แถมยังสร้างโดย เออร์วิน อัลเลน เจ้าพ่อหนังภัยพิบัติและผจญภัยสมัยยุค 70
ที่มีส่วนร่วมกำกับฉากแอ็กชันบางฉากด้วย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ภาพยนตร์ The Towering Inferno
จะกวาดรายได้มหาศาลจากการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มากถึง 140 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างแค่ 14 ล้านดอลลาร์
เรียกว่าทะลุเป้าสำหรับหนังภัยพิบัติในยุคนั้นหากใครชอบภาพยนตร์ภัยพิบัติที่มีให้ครบทั้งดราม่า แอ็กชัน
ตื่นเต้นลุ้นระทึก พร้อมสอดแทรกสาระอันแสนสำคัญคุณต้องไม่พลาด The Towering Inferno เพราะตลอด 2 ชั่วโมง 40 นาที จะไม่มีสักครั้งเดียวที่คุรบ่นเสียดายออกมา…

5 ภาพยนตร์ปิ๋วรางวัลลูกโลกทองคำ

Wonder Woman
นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สตรีเพศเรื่องแรกที่สร้างจากฝีมือผู้กำกับหญิงโดย
แท้จริง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ ที่เคยสร้างความประทับใจ
จนกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดมาแล้วกับ Monsterในปี 2003
โดยหลังจากที่กำกับซีรี่ส์บางตอนของ Entourage และเกือบได้วาดลวดลายกับ Thor:
The Dark World ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ Wonder Woman และเซ็นสัญญากับ Wonder Woman II
โดยค่าจ้างในการกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงภาคต่อเรื่องนี้มากกว่าเดิมจนจัดได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงที่ได้ค่าตัวสูงสุด
แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ ดีกรีนางงามอิสราเอล แกล กาโดต์
มารับบทเป็น Wonder Woman แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมีชื่อเข้าชิงรางวัลใด ๆจากงานลูกโลกทองคำครั้งที่ 75

Get Out
ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ต้องผิดหวังอย่างน่าเสียดาย โดยภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ จอแดน พีล
แม้ว่าหมู่นักวิจารณ์และคนดูจะให้เสียงชื่นชม Get Out เป็นพิเศษด้วยเรื่องราวว่าด้วยหนุ่มผิวสีที่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว
ก่อนที่ภาพยนตร์จะนำไปสู่ทิศทางที่คาดไม่ถึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่จำเป็นต้องซ้ำซาก
แต่ยังสามารถหาพลิกแพลงไปสู่แนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ

The Post
สูตรสำเร็จที่ไม่คิดว่าจะมีผู้เอาชนะได้กับภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
เนื้อหาเข้มข้นเกี่ยวกับเอกสารลับของเพนตากอนที่ถูกปกปิดของร้อยเรียงผ่านฝีมือของสุดยอดผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก
โคจรมาพบกับสองนักแสดงนำรางวัลออสการ์อย่างเมอริล สตรีพ และทอม
แฮงค์ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
สุดท้ายแม้ว่า The Post ได้รับเลือกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 6 รางวัลใครจะคิดว่าพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า

Dunkirk
ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่คริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนบทด้วยตนเอง
เขาบอกว่าเนี่คือภาพยนตร์ที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุดในชีวิตและเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน
มาถ่ายทอดเรื่องราวของทหารกล้าในสมรภูมิรบ รุ่นใหญ่ที่ดังที่สุดก็มีเพียงทอม
ฮาร์ดี้, เค็นเน็ธ บรานาจ กับเจ้าของรางวัลออสการ์สมทบชายอย่าง มาร์ก
ไรแลนส์เท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด
ยากต่อการคาดเดาและลุ้นไปทุกวินาที แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลไปครอง
แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานภาพยนตร์สงครามอันดับต้น ๆไปอีกนาน

Call me by your name
ภาพยนตร์ชายรักชายสุดโรแมนติกที่คว้ารางวัลมากมายจากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลิส
ซึ่งถือเป็นสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ
กวาดมาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
แต่กลับไม่ถูกใจเหล่ากรรมการงานลูกโลกทองคำมากนักจึงทำได้เพียงมีชื่อเข้าชิง 3 รางวัล และไม่สามารถคว้ามาเชยชมได้
อย่างไรก็ตามด้วยการเดินเรื่องที่เป็นธรรมชาติมุมกล้องที่ให้ความรู้สึกราวกับภาพยนตร์ย้อนยุค และช่วงท้ายที่หักมุมเล็ก ๆ
คงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงไปในใจของหลายๆ คนไปอีกนาน…

ทิศทางหนัง Marvel ในมือ Sony จะเดินหน้าต่อไปในทางไหน?

ภาพยนตร์ เวน่อม ของค่าย Sony ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของจักรวาล สไปเดอร์แมน
แต่ในครั้งนี้ถือเป็นจักรวาลที่นำโดยเหล่าวายร้ายในเป็นหลัก
ซึ่งหากลองวิเคราะห์ดูจริงๆ เมื่อทางค่ายต้องการเปิดจักรวาลนี้และสร้างจักรวาลใหม่ขึ้น
ก็ควรจะมี สไปเดอร์แมน อยู่ในจักรวาลนี้ และทาง Sonyก็ควรจะแคสนักแสดงคนใหม่มารับบทนี้
ซึ่งข้อแม้คือต้องเป็นนักแสดงคนใหม่ที่ไม่ใช่ ทอม ฮอลแลนด์ ที่รับบท สไปเดอร์แมนในจักรวาล Marvel เป็นที่เรียบร้อย
และกำลังมีโปรเจคต์หนังเดี่ยวภาคต่อเป็นของตัวเอง
จากข่าวที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ พอจะสรุปได้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า เวน่อม
ของค่าย Sony จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นในจักรวาล MCU
และแน่นอนว่ามันจะไม่มีการเชื่อมต่อกันระหว่างหนังเดี่ยว สไปเดอร์แมน: โฮมคัมมิ่ง
อีกทั้งหนังวายร้ายเรื่องต่อๆ ไปจากทาง Sony ก็จะเป็นการแยกจักรวาลออกมาจากทาง MCU ด้วยเช่นกัน
คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ ทาง Sony จะทำให้หนังเหล่านี้เดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน
หากไร้ สไปเดอร์แมน?
จากตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นล่าสุดของ เวน่อม ที่ปล่อยออกมา
เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆ
อย่างเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากในหนังสือการ์ตูน
ไม่ใช่ว่าไม่ดีที่มันแตกต่างและเป็นสิ่งใหม่ๆ แต่ในเมื่อแฟนหนังต่างรู้ดีว่า
ตัวละครหลักสำคัญในจักรวาลนี้คือ สไปเดอร์แมน
จักรวาลนี้จะเดินหน้าได้อย่างน่าสนใจมากแค่ไหนหากไม่มีเขา
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีหรือไม่มี สไปเดอร์แมน คนใหม่ในจักรวาลวายร้ายของ Sony
ก็ขึ้นอยู่กับการประสบความสำเร็จในหนัง เวน่อม เป็นอันดับแรก
ว่าจะได้เสียงตอบรับจากแฟนๆ ว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีหรือเปล่า
และรวมไปถึงการพัฒนาในโปรเจคหนังอื่นๆ ที่มีข่าวออกมา และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ
สัญญาข้อตกลงกันระหว่าง Sony และ MCU ที่มีเกี่ยวกับ สไปเดอร์แมน
สำหรับภาพยนตร์ เวน่อม ที่กำลังจะเข้าฉายในเราได้ดูในเดือนตุลาคมนี้
ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในแผนการของ Sony ในการสร้างจักรวาลหนัง Marvelของตัวเอง
ที่จะมาพร้อมกับเหล่าตัวละครหน้าใหม่ที่คุณจะยังไม่เคยเห็นบนจอภาพยนตร์มาก่อน
ซึ่งหากใครกำลังเบื่อเหล่าตัวละครซูเปอร์ฮีโร่เก่าๆ ออกมาซ้ำแล้วซ้ำอีก
ไม่แน่ว่าจักรวาลหนังใหม่ของ Sony นี้
อาจตอบโจทย์ความอยากเห็นซูเปอร์ฮีโร่หน้าใหม่ก็เป็นได้
แฟนหนังคอยติดตามชม เวน่อม ที่เตรียมเข้าฉาย 11 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์…