รีวิว Whitney (2018)

วิทนีย์เป็นลูกสาวของ ซิสซี ฮุสตัน นักร้องคอรัส
โดยเคยร้องให้กับเช่น Dionne Warwick (ป้าของวิทนีย์) Elvis Presley
และก็ Aretha Franklin ฯลฯ คือ เอาจริงๆ
ครอบครัวของวิทนีย์นี่เป็นครอบครัวนักร้อง ครอบครัวนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
แต่ว่าก็สร้างฐานะจนเป็นคนมีตัง ย้ายไปอยู่ย่านดีดีได้
วิทนีย์มีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้าไปร้องเพลงในโบสถ์
แนวเพลงที่วิทนี์ถนัดเลยเป็นพวก soul และ gospel
มีครั้งนึงที่แม่แกล้งป่วยหรือบอกติดงานแล้วทิ้งให้นางร้องเพลงในผับแทนแม่
ตอนนั้นวิทนีย์ก็ฉายแววเลย และต่อมาพอได้ออกแผ่นก็ดังระเบิดเถิดเทิง
ชื่อเสียงเงินทองมาพร้อมกับสามีที่ชื่อ บ็อบบี้ บราวน์
ที่ทำให้ชีวิตของวิทนีย์เปลี่ยนไปตลอดกาลเลย
ความรัก ได้พรากนักร้องระดับตำนานไปหลายคนแล้ว ซึ่งจริงๆ
พวกเราจะไปโทษฝ่ายชายก็ไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ
เนื่องจากชื่อเสียง เงินทองและความรัก
อาจทำให้สติของพวกเราหลุดไป โดยที่พวกเราเองไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิ่งเสพติดที่เข้ามาในชีวิตของพวกเรา ที่
เป็นการหาความสุขใส่ตัวแบบผิดๆ
ประเด็นนี้เน้นหัวข้อการสัมภาษณ์คนที่อยู่รอบข้างวิทนีย์มากไปหน่อย ไม่ค่อยมีเรื่องของวิทนีย์มากเท่าไรนัก
แต่ว่าเมื่อเราได้ดูเรื่องราวของเธอ เราก็ยังสะเทือนใจจนปล่อยโฮเลยทีเดียวล่ะ
แต่ว่าถ้าเกิดอยากดูไว้เพื่อเป็นบทเรียนจากชีวิตจากคนที่ไม่มีอะไรเลย
จนมีทุกอย่างแต่เพราะได้คนรักที่ไม่ดี
และใช้เงินไปในทางที่ไม่ถูกไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดจนสุดท้ายต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
ต่อให้ชีวิตที่กำลังก้าวหน้าของตัวเอง เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่เป็นเครื่องเตือนใจในชีวิตได้ดีมากเลยล่ะ
ใครอยากดูก็ไปดูได้เลยตามโรงภาพยนตร์ ตอนนี้กำลังเข้าฉายอยู่เลยล่ะ…

รีวิว Doraemon the Movie: Nobita’s Treasure Island

ใครที่นึกถึงการ์ตูนยอดนิยมอย่างโดเรม่อนไม่ควรพลาดเด็ดขาด
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกโดเรม่อนหรือไม่ก็ดูได้ทั้งหมด
เพราะเรื่องนี้จะทำให้คุณได้ย้อนวัยอีกรอบกับเหล่านักแสดงเดิม
และเพิ่มตัวละครใหม่เพื่ออรรถรสของเรื่อง
ใครไม่ดูลองมาอ่านทางนี้ อาจจะทำให้คุณนั้นอยากไปดูมากขึ้นก็ได้
Doraemon the Movie: Nobita’s Treasure Island
ฉบับภาพยนตร์ รายปี 2018 เป็นเรื่องที่โดราเอม่อน โนบิตะ และก็ผองเพื่อน
ออกไปเผชิญภัยล่าสมบัติด้วยเรือ “Nobita Ora” ที่เกาะลึกลับ แต่พวกเขาพบว่า
เกาะที่นี้ไม่ปลอดภัย เนื่องจากว่าซิซึกะ ถูกกลุ่มโจรสลัดลักพาตัว ส่วนโดราเอม่อน
และก็เพื่อนที่เหลือ ก็เจอกับ “ฟล็อค” ที่มีหุ่นยนต์นกพี่เลี้ยงอย่าง “ควิซ”
เป็นกุญแจปริศนาของของเกาะมหาสมบัติแห่งนี้ การดู Doraemon
ในโรงหนัง พวกเราจะเหมือนได้นั่ง Time Machine ของโดราเอม่อน
แต่ว่าสิ่งทีทำให้แตกต่างคือการ ใส่ดราม่า แต่ยังดีที่การเดินเรื่อง ยังมีมุกตลกให้สนุกสนานได้บ้าง
ส่วนงานด้านอนิเมะ ก็ยังรักษามาตรฐานได้ดั่งเดิม และมีการปูเรื่องตัวละครใหม่ ทั้ง ฟล็อค และ เซร่า
ก็ทำได้พอดีกับเรื่อง แต่ว่าเพลงประกอบบางช่วงที่ใส่มาขัดใจไปหน่อย
เพราะเหตุว่าช่วงที่ควรจะใส่ดันไม่ใส่ อารมณ์เลยดรอปลงไป
แต่ว่าโดยรวมก็โอเคนะไม่ได้เลวร้ายอะไร
ตอนนี้ก็เปิดเทอมแล้วบางทีอาจจะต้องพาไปดูเสาร์-อาทิตย์ก็ว่ากันไป
ถ้าใครคิดถึงแมวหุ่นยนต์สีฟ้าและผองเพื่อนและก็ต้องการย้อนเวลาไปดูล่ะก็ อยากแนะนำให้มาดูเรื่องนี้กัน
แล้วคุณจะหายคิดแน่ๆ ถึงจะมีหนังกระแสดีเรื่องอื่น
แต่หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณสบายใจแล้วก็ผ่อนคลายได้มากกว่า อย่าลืมมาดูกันนะ…

Birds of Prey ได้ Ewan McGregor มารับบทตัวร้าย Black Mask

ภาพยนตร์เรื่อง Birds of Prey ของ Warner Bros. มีข่าวออกมาเสิร์ฟแฟนคลับโดยตลอด
หลังเพิ่งมีรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า Cathy Yan ผู้กำกับหญิงของหนังหัวข้อนี้
ออกมาชื่นชมบทหนังของ Christina Hodson ว่าเขียนได้ยอดเยี่ยมจนวางแทบไม่ลง
ในระหว่างที่คุณไปร่วมงาน US-China Entertainment Summit พร้อมกับการันตีด้วยว่าตั้งใจทำหนังให้เป็นเรต R
ปัจจุบัน ในวันต่อมาก็มีข่าวสารตามว่า Ewan McGregor จะมารับบทเป็น Black Mask หรือ Roman Sionis
ตัวร้ายของ Birds of Prey ที่เพิ่งประกาศออกมาเป็นรายแรก
ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม False Face Society
โดยเรื่องราวในฉบับคอมิกส์ แฟนคลับได้ทราบจากนักแสดงนี้ครั้งแรกในการ์ตูน Batman ฉบับที่ 386 เมื่อปี 1985 ซึ่ง Black Mask
เป็นนักธุรกิจที่ฆ่าบิดามารดาของตนเองเพื่อหวังฮุบธุรกิจการค้าอันร่ำรวยของพ่อแม่
แต่บริหารธุรกิจการค้าได้ตกต่ำก็เลยทำให้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
ซึ่งเจัาตัวก็โทษความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะเหตุว่า Bruce Wayne (Batman) อย่างไรก็ตาม จากข่าวสารที่ Deadline
รายงานนั้นไม่ได้บอกว่าเรื่องราวของ Black Mask
จะเปลี่ยนไปจากฉบับการ์ตูนหรือไม่เมื่อมาทำเป็นหนังใน DCEU (จักรวาลขยาย DC)
ยิ่งกว่านั้น ยังมีข่าวว่า ผู้กำกับ Cathy Yan กำลังมองหานักแสดงลูกครึ่งเอเชียมารับบทเป็น Cassandra Cain (Batgirl) ด้วย
ซึ่งยังไม่ได้มีการแคสต์ผู้แสดงนี้แต่อย่างใด โดยหนังเรื่องนี้ได้บริษัท Kroll & Co. ของ Sue Kroll มาร่วมอำนวยการสร้างกับ Robbie
และ Bryan Unkeless และวางโปรแกรมฉายไว้แล้วในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020…

รีวิวหนัง Beach Rats

Beach Rats เป็นหนัง LGBT อีกเรื่องที่สุดยอดมาก ใครถูกใจหนังแนวนี้อย่าพลาดเลย
ไม่ใช่หนังแบบหวานหยดแต่ว่าก็ไม่ได้มืดมนจนถึงน่ารำคาญ คือ เป็นหนังเกย์ที่ตอบปัญหาคือดูแล้วเป็นธรรมชาติมาก
ไม่หวานเกินความจำเป็น และก็ดารานำชายหล่อมากจริงๆอันนี้ล่ะที่ถูกใจ Beach Rats
มีดีตรงถอดเสื้อถอดผ้าโชว์ซิกส์แพ็คเดินไปเดินมาริมชายหาด
ว่างก็ไปเขาผับหรือเสพยา แฟรงค์ ชายหนุ่มหน้าตาดีพระเอกของเรื่อง
เล่นบทโดย Harris Dickinson กับเพื่อนๆ4 คน
วันๆก็ไม่ทำอะไรเลย เรียกว่า ว่างมาก ตัวพระเอกเป็นคนที่สับสนในตนเอง
ราวกับยังคลุมเคลือว่าตนเองชอบอะไรกันแน่ พระเอกอยู่กับแม่
และบิดาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายนอนอยู่บนเตียง และมีน้องสาววัยกำลังโตอีก 1 คน เวลาว่าง แฟรงค์ชอบเข้าเว็บหาคู่ของเกย์
แต่เมื่อได้ลองออกไปเจอเกย์และมีอะไรด้วย โดยคู่ที่เค้าเลือกจะเป็นชายที่แก่คราวบิดา
และในขณะเดียวกันแฟรงค์ก็คบกับซีโมน สาวสวยและมีอะไรกับแฟนสาวด้วย
หนังพาเราไปสู่วังวนของเด็กหนุ่มในอเมริกา จะเลือกเป็นเกย์หรือเลือกชอบเพศเดียวกันไปเลยมันก็ไม่แปลก
แต่จากสภาพแวดล้อม สังคม การหล่อหลอม รวมถึงสหายรอบกาย จะมีผลให้พวกเราเข้าใจได้เลยว่าทำไมต้องแอบจิตด้วย
บทภาพยนตร์มันชวนติดตามมาก มันเหมือนการเล่าเรื่องไปข้างหน้าแบบไม่มีจุดพีค
แต่มันทำให้พวกเราอยากตามติดชีวิตของแฟรงค์ไปเรื่อยๆ
กล้องนี่ซูมเรือนร่างพระเอกมาก ซึ่งเค้าเองก็ไม่ได้หวงเนื้อหวงตัวเลย นี่ยังไม่นับฉากพระเอกโกนขนลับที่ถ่ายเจาะจนเห็นโคน
ไม่นับฉาก sex scene ที่ถ่ายกันแบบเห็นจะ Beach Rats ไม่ใช่หนังกะโหลกกะลานะ
ตัวหนังได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาล Sundance ด้วย
และยังเข้าชิงอีกหลายรางวัลในสายหนังอินดี้ คือ หากชอบแนวนี้ห้ามพลาดอ่ะ บอกเลย ผู้หญิงก็ดูได้นะ เพราะมีผู้หล่อเยอะมากในเรื่อง…

นาคี 2

”นาคี” เป็นบทประพันธ์เรื่อง ”นาคี”ของ”ตรี อภิรุม”สร้างโดย บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา วชิรบรรจง กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง มีดารานำฝ่ายหญิงเป็น ”แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์”
และ ดารานำฝ่ายชายคือ”เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทุกวันจันทร์-อังคาร เริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559 หลังจากประสบความสำเร็จ
จึงได้ใช้บทประพันธ์เรื่องนาคี 2 ของ ”ตรี อภิรุม” มาสร้างภาคต่อ ในรูปแบบของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
”นาคี ภาค” เปิดกล้องถ่ายทำกันอย่างต่อเนื่องในปี 60 มีการเผยโฉม คู่พระ-นาง ดาราแม่เหล็ก ของช่อง 3”ณเดชน์
คูกิมิยะ” และ ”ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์”พร้อมกับข่าวคราวการถ่ายทำภาพยนตร์แบบลับ ๆ ก่อนจะถ่ายทำแล้วเสร็จ
กระทั่งในช่วงเดือนกันยายนปี 2561 เพลงประกอบภาพยนตร์ นาคี 2 จากศิลปินชื่อดัง ”ก้อง ห้วยไร่”
ก็ดังกระหึ่มไปทั่วเว็บไซต์ยูทูป เนื้อหายังคงถ่ายทอดอารมณ์ความรักความรู้สึกของคู่
พระนางในเชิงอยากเคียงคู่กันเช่นภาคแรก และในเดือนตุลาคม ภาพยนตร์ตัวอย่าง นาคี
2 ก็ปรากฏโฉมให้เห็นเรื่องราวของความน่าสะพรึงกลัวของพญานาค พร้อมกับการสืบสวนในคดีปริศนา.
เรื่องย่อ นาคี 2 เรื่องราวของ “สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) หญิงสาวแห่งดอนไม้ป่า
ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ คอยดูแลเทวาลัย
เธอมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่จู่ ๆ ก็มีคดีสะเทือนขวัญที่ยังคลี่คลายไม่ได้ เช่น
ผู้คนถูกสัตว์ขนาดใหญ่ฆ่าตายอย่างสยดสยอง ทำให้ฝ่ายตำรวจอย่าง  “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ)
ซึ่งถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ต้องเร่งออกสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันที
ขณะเดียวกันชาวบ้านยังคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของเจ้าแม่นาคีออกอาละวาดอีกครั้ง แน่นอนว่าชาวบ้านต้องมุ่งไปยังตัว
”สร้อย” สาวผู้ใกล้ชิดกับเจ้าแม่นาคีมากที่สุด โดยกล่าวหาว่าเป็นร่างประทับของเจ้าแม่
จนทางสารวัตรป้องปราบซึ่งไม่เชื่อในเรื่องราวเหล่านี้ ยังต้องเฉลียวใจเพื่อค้นหาคำตอบให้จงได้
คดีลึกลับแห่งดอนไม้ป่าจะเป็นเช่นไร ความรักของสารวัตรหนุ่มกับหญิงสาวชาวบ้านจะลงเอยกันอย่างไร
ต้องไปติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
ความโดดเด่นของเรื่อง นาคี 2 สิ่งแรกที่หลายคนต่างชื่นชมก็คือ ทีมงานการสร้าง CG สุดปังอลังการ เป็นงาน CG
ที่ผู้ชมและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างให้การยอมรับ ดูกันได้เพลิน ๆ ยิ่งมีซีนสยองขวัญด้วยแล้ว พญานาคตัวโต ๆ
กลายเป็นดูโหดไปเลยทีเดียว อีกสิ่งที่มีความโดดเด่นมากก็คือ บทบาทของนักแสดงนำ
ที่ยังส่งอารมณ์ไปให้ตัวประกอบเล่นได้สมจริงกว่าเดิมอย่างสุดท้ายการเล่าเรื่องเชิงสืบสวนทำให้ตัวหนังมีความน่าสน
ใจแปลกใหม่ ยิ่งมีพญานาคโผล่มาด้วยแล้ว บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่มันงูสัตว์ประหลาดหรือเปล่านะ
จุดอ่อนของภาพยนตร์ นาคี 2 ทำใจไว้เลยว่าเรื่องนี้สยองเห็นศพเลือดกระจาย ล้าน %
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรพิจารณาด้วยนะครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ การเล่าเรื่องที่ดูรวบรัดจนเกินไป
ทำให้ขาอรรถรสของความเป็นภาพยนตร์ที่ต้องปูพื้นให้น่าติดตาม รู้สึกได้ว่าเหมือนละครมากกว่า
หลายคนที่เคยดูละครเรื่องนี้มาแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังดูละครย่อซ้ำอีกรอบ
และสุดท้ายรู้สึกได้เลยว่าน้อยเกินไปสำหรับซีนเกี่ยวกับความรัก ไม่ถูกเน้นให้แจ่ม ๆ
ทำให้หลายที่เข้าไปชมคู่พระนาง รู้สึกไม่อินกับซีนความรักเท่าที่ควร…

สุดยอดหนังไทย ทำเงินสูงสุดตลอดกาล

พี่มาก…พระโขนง รายได้ 1,000 ล้านบาท
เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ลืมหนังผีสุดฮาอย่างเรื่อง พี่มาก…พระโขนง
ที่ปิดรายได้ไปอย่างสวยงามกับรายได้ในประเทศไปถึง 1,000 ล้านบาท
ซึ่งถือเป็นหนังไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ไทยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มี
ภาพยนตร์เรื่องใดสามารถทำเงินทะลุหลักพันล้านมาก่อน อีกทั้งเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย GTH
ที่ทำรายได้สูงสุดอีกด้วย นี่ยังไม่รวมยอดรายได้จากการนำไปฉายที่ต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว
เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งมีฐานแฟนคลับของค่าย GTH หนาแน่นพอสมควร
จนมีกระแสข่าวความแรงมาเป็นระยะๆ ว่า รอบฉายที่ต่างประเทศของหนังเรื่องนี้ คนดูเต็มทุกรอบ
ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยเลยก็ว่าได้
ไม่ใช่ทุกครั้งที่มีการคิดนอกกรอบแล้วจะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับ โต้ง บรรจง ปิสันธนกุล
ผู้กำกับพันล้านคนแรกของวงการภาพยนตร์ทำมันได้สำเร็จกับการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ตำนานผีที่ลือเลื่องที่สุดของไทย
กล้าที่จะฉีกตำนาน แม่นาคพระโขนงในรูปแบบเดิมๆ แต่การฉีกแนวหนังในครั้งนี้ ได้รับการวางแผนมาอย่างดี
รู้จักวิธีที่จะอุดรอยรั่ว ช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นในหนังและรู้ว่าจะกระทบกับคนดูอย่างไร และจะแก้เกมอย่างไร
การวางเส้นเรื่องให้ 4 เกลอ เผือก-เต๋อ-เอ-ชิน นำทางหนังด้วยความฮา และประกาศให้เป็นที่รู้กันว่า พี่มาก…พระโขนง
คืออะไร ไม่ใช่การยืดตามตำนาน 100% และให้ มาริโอ้ กับ ใหม่ ดาวิกา รับหน้าที่ตัวละครหลักของเรื่อง
รับผิดชอบด้านซีนอารมณ์ และสองพระนางก็สอบผ่านด้านความฮาด้วยเช่นกัน ความลงตัวทั้งหลายระหว่างนักแสดง
ผู้กำกับ บทภาพยนตร์ และการตลาดที่แข็งแรง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ พี่มาก…พระโขนง ทำรายได้ 1,000ล้านบาท

สุริโยไท รายได้ 550 ล้าน
เป็นที่ทราบกันดีว่าตำนานพระศรีสุริโยไทนั้นยิ่งใหญ่ และเมื่อมาอยู่ในมือของท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้กำกับที่มักจะจับงานใหญ่ๆ อยู่เสมอ บวกกับพลังดาราที่ทุกคนเรียกได้ว่า
เป็นแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยในขณะนั้น ทุกอย่างคือการรวมตัวของสิ่งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่
ทั้งตัวละครหลักในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ นักแสดงที่มีผลงานการันตีฝีมือ
ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญงานสร้างสเกลใหญ่ๆ คนไทยทั้งประเทศต่างแห่แหนเพื่อเข้าชมภาพยนตร์ที่มีความยาวร่วม 3ชั่วโมง
แม้ว่าจะต้องต่อคิวซื้อบัตรนานหลายชั่วโมงอีกก็ตาม จึงเป็นปรากฏการณ์ 550 ล้าน
สำหรับหนังไทยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศเมื่อ 13 ปีที่แล้วนั่นเอง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 ภาค ซึ่งแต่ละภาคนั้นรายได้ที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน โดยภาค 1 ตอน
องค์ประกันหงสา 219.06 ล้านบาท ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ 216.87 ล้านบาท ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี 203.7
ล้านบาท ภาค 4 ตอน ศึกนันทบุเรง 135 ล้านบาท และ ภาค 5 ตอน ยุทธหัตถี 201.9 ล้านบาท
จะเห็นว่ารายได้ของตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทั้ง 5 ภาคนั้น รายได้ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
ด้วยความที่ในแต่ละภาคมีระยะเวลาในการถ่ายทำห่างกันนานหลายปี เลยทำให้ดูเหมือนเริ่มขาดความน่าสนใจไป…

Hellboy 3 โค่นบัลลังราชชินีความมืด

Hellboy: Rise of the Blood Queen
ผู้กำกับ : นีล มาร์แชล
แนวภาพยนตร์ : ภาพยนตร์แอ็คชั่น , หนังผจญภัย , จินตนาการ
นักแสดงนำ : เดวิด ฮาร์เบอร์ , มิลล่า โจโววิช
กำหนดฉาย : 12 เมษายน 2019
กับมาแล้วสำหรับภาพยนตร์ที่ผู้คนต่างรอคอย Hellboy ภาพยนตร์แอ็คชั่นของผู้กำกับผู้สร้างตำนานอย่าง กิลเลอร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro)
ที่ได้สร้างหนังเรื่องนี้ไว้ถึงสองภาคคือ Hellboy 1 ออกฉายเมื่อปี 2004 และต่อมาอีก 4 ปี Hellboy II: The Golden Army ก็ได้ออกฉายตามในปี 2008
ปัจจุบันผ่านมาแล้วถึง 10 ปี ภาพยนตร์ที่เราต่างรอคอยก็ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว ไปชมเลย
เมื่อปีที่แล้วมีรายงานจากต่างประเทศเข้ามาว่า Hellboy 3 ภาพยนตร์ที่แฟนๆ ต่างรอคอยจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว ทำเอาแฟนๆ ต่างผิดหวังไม่น้อยเพราะ กิลเลอร์โม เดล โตโร
ออกปากเองว่าจะไม่ขอนั่งเก้าอี้คุมหนังเรื่องนี้อีกด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำให้ค่ายหนัง Millennium กลับมีแผนการเตรียมเอาโปรเจค Hellboy
มารีบูตใหม่ไม่เชิงว่าเป็นภาพยนตร์ภาค 3 แต่เรื่องราวยังคงสู้อยู่กับปีศาจจากขุมนรกในชื่อเต็มว่า Hellboy: Rise of the Blood Queen
ภาพยนตร์สานต่อความต้องการของคนดู โดยได้ผู้กำกับคนใหม่อย่าง นีล มาร์แชล (Neil Marshall)
ผู้กำกับจากซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones มาทำหน้าที่คุมเก้าอี้ผู้กำกับครั้งนี้
เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวข้องกับปีศาจร้าย พวกปีศาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมายึดครองโลกจากราชชินีความมืด
แผนการร้ายของเธอดำเนินไปด้วยดีจนทหารฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าไปขัดขวางนำโดยพระเอกของเรา เฮลล์บอย แทน รอน (เดวิด ฮาร์เบอร์) ปีศาจกลับใจ
เข้ามาขัดขวางการยึดครองโลกครั้งนี้ ทำให่สงครามได้เกิดขึ้นระหว่างปีศาจและปีศาจ…

สุดยอด 5 ภาพยนตร์แห่งกีฬา

5. Seabiscuit Seabiscuit เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ ชาร์ล โฮเวิร์ด (นำแสดงโดย เจฟฟ์ บริดจ์)
อดีตช่างซ่อมรถ ที่ผันตัวเองจนกลายเป็นคนร่ำรวย ด้วยการประกอบอาชีพเป็นเซลส์ขายรถยนต์ เขามีม้าตัวเล็ก ๆ
ตัวหนึ่งชื่อ Seabiscuit ต่อมา โฮเวิร์ด ได้จับมือกับอดีตนักมวยที่ตาเสียคนหนึ่ง ชื่อ เรด พอลลาร์ด (โทบีย์ แมไกวร์)
ให้เขามาเป็นจ็อกกี้ขี่เจ้า Seabiscuit โดยมี ทอม สมิธ (คริส คูเปอร์) อดีตผู้ฝึกม้ามือดี มาเป็นเทรนเนอร์ให้ เรื่องราวของ
Seabiscuit กลายเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศอเมริกา เนื่องจากเจ้าม้าตัวเล็กนี้ ชนะรางวัลเกียรติยศในปี 1938
ที่สามารถเอาชนะม้าแข่งที่ไม่เคยแพ้ใครลงได้
4. Remember The Titans ปี 1971 หนังอเมริกันฟุตบอลระดับไฮสคูล
ที่มีกลิ่นอายของตวามขัดแย้งขอผู้หญิงที่กีดกันเรื่องสีผิว และโค้ชใหม่ (แดนเซล)ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า
การเข้มกฎวินัยของเขาสามารถหลอมรวมทุกสีผิวให้เกิดมิตรภาพแห่งทีมได้อย่าง แท้จริง แม้ว่า
ประวัติศาสตร์จะไม่ได้จารึกชื่อของวีรบุรุษทั้งสอง นามว่า เฮอร์แมน บูน และ บิล โยสต์ ก็ตาม
ทว่าก็เพราะพวกเขานี้เอง ที่ทำให้เวอร์จิเนียคงไว้ซึ่งวลีที่ว่า Remember the Titans
3. Million Dollar Baby เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักมวยหญิง ที่อยากมีเทรนเนอร์คอยสอนให้ จนประสบความสำเร็จ
แต่สุดท้าย กลับได้รับอุบัติเหตุระหว่างการชก จนต้องพิการเป็นอัมพาต ก่อนเทรนเนอร์ที่ผูกพันราวพ่อกับลูกสาว
ยอมฉีดยาเพื่อให้ศิษย์หลับไปแบบตลอดกาล โดยไม่ทุกข์ทรมาน สำหรับหนังเรื่องนี้ กำกับ และนำแสดงโดย คลิ้นท์
อีสต์วู้ด ดารารุ่นเก๋า กับ ฮิลารี่ สแวงค์ นักแสดงหญิง และ มอร์แกน ฟรีแมน อีกหนึ่งดาราผิวสีวัยดึก
ที่เคยร่วมงานกับอีสต์วู้ดมาแล้ว สำหรับ Million Dollar Baby ใช้ทุนสร้างแค่ 30 ล้าน แต่กลับทำเงิน 216 ล้านเหรียญ
พร้อมกวาดออสการ์อีก 4 ตัว ซึ่งรวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2004
2. Victory บทภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ ฮังการี ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1962 เรื่อง Two half-times in
Hell ซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องจริงที่เกิดกับทีมฟุตบอล ดินาโมเคียฟ ทีมอันดับหนึ่งของยูเครน
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กับการแข่งขันนัดที่เรียกว่านัดแห่งความตาย (The Death Match) เมื่อวันที่ 9
สิงหาคม ค.ศ. 1942 ขณะนั้นนาซีเยอรมันยึดครองรัสเซีย
และจัดการแข่งขันโดยสั่งให้ทีมดินาโมเคียฟยอมแพ้แก่ทีมเยอรมัน แต่นักฟุตบอลเลือกที่จะสู้อย่างเต็มที่ จนชนะ 5-3
และชนะ 8-0 ในการแข่งขันซ้ำในสัปดาห์ถัดมา หลังการแข่งขัน นักฟุตบอลทีมดินาโมเคียฟถูกส่งเข้าค่ายกักกัน
และทรมานจนเสียชีวิตเกือบทั้งทีม ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี
เนื่องจากออกฉายในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน ซึ่งจัดการแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน-
กรกฎาคม พ.ศ. 2525 โดยมีนักเตะที่ร่วมแสดงในเรื่อง 3 คน ที่เคยร่วมทีมชาติที่ได้แชมป์โลก คือ บอบบี มัวร์ (อังกฤษ,
แชมป์ฟุตบอลโลก 1966), เปเล่ (บราซิล, แชมป์ฟุตบอลโลก 1958, 1962, 1970) และ ออสวัลโด อาร์ดิเลส
(อาร์เจนตินา แชมป์ฟุตบอลโลก 1978) นอกจากนี้ยังมี คาซิมีร์ซ เดย์นา (โปแลนด์, ที่ 3 ฟุตบอลโลก 1974)
1. Rocky นี่คือภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดให้กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน อย่างแท้จริง เพราะนักแสดงเขื้อสายอิตาเลี่ยนผู้นี้
ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในตอนนั้น ก่อนจะเอาบทหนังร็อคกี้ที่เขียนเอง เร่ไปขายตามสตูดิโอต่างๆ จนค่ายหนัง เมโทร
โกลด์วิน เมเยอร์ ตอบตกลง แต่ให้งบประมาณเพียงล้านเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อภาพยนตร์มวยเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี
1976 กลับทำรายได้ถล่มทลายถึง 225 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คว้ารางวัลออสการ์มาครองถึง 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้น
เป็นรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ม ส่วนเนื้อหาของ ร็อคกี้ คือนักมวยต๊อกต๋อยจากฟิลาเดลเฟีย
ที่มีโอกาสได้ชกชิงแชมป์โลกกับ อพอลโล่ ครีด เจ้าของแชมป์ ที่ต้องหาคู่ชกมาขัดตาทัพ นอกจากนี้
ร็อคกี้ยังเป็นหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้คนในทุกสายอาชีพทั่วโลกอีกด้วย…

บทของฉันล่ะ!!? คาเรน กิลแลน เปิดเผยไม่ได้สคริปต์หนัง Avengers 4

อย่างที่คนจำนวนไม่น้อยได้มองเห็นกันแล้วว่าใน Avengers: Infinity War มีตัวละครที่จะต้องเสียชีวิตไปหลายต่อหลายราย ในเวลาเดียวกันก็มีคนที่มีชีวิตรอดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 
เพราะฉะนั้นผู้แสดงพวกนี้ที่รอดตายควรมีหน้าที่อย่างมากมายใน Avengers ภาคถัดไป อย่างแน่นอนเลย แต่ว่าก็มีเรื่องมีราวที่ไม่ถูกคลาดไปบ้างเมื่อ ในผู้แสดงที่รอดตายอย่าง เนบิวลา 
ที่เล่นบทโดย คาเรน กิลแลน (Karen Gillan) กลับไม่ได้บทพูดอะไรเลย ใน Avengers ภาคต่อที่ ที่มีคิวเข้าฉายบ้านพวกเราตอนต้นปีถัดไป
โดยทาง คาเรน กิลแลน ได้เล่าเรื่องราวนี้ให้แฟนคลับได้ตกใจ ในงาน ACE Comic Con เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ว่า‘’ฉันกลายเป็นนักแสดงตัวเดียวที่ไม่ได้สคิปต์ของหนัง 
ซึ่งตัวฉันเองมีความมุ่งมั่นที่จะคอยรับชมว่าหนังว่าจะออกมาเป็นเยี่ยงไร รวมทั้งในหน้าที่ซีนของฉันจะมีความเหมาะกันกับหนังได้มากแค่ไหน แต่ส่วนตัวมีความคิดว่าจะไปได้สวยนะกับหนังประเด็นนี้’’
ดังนี้บรรดาแฟนหนังหัวข้อนี้กลับเห็นว่า การที่ตัวของ เนบิวลา นั้นรอดออกมาจากที่ธานอสดีดนิ้วในตอนสุดท้ายของAvengers: Infinity War นั้น นับได้ว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว 
แต่ก็โชคร้ายที่ผู้แสดงนี้กลับไม่มีสคริปต์กล่าวเลยใน Avengers ภาคถัดไป ยิ่งกว่านั้นยังมีความน่าจะเป็นไปได้ที่ซีนของนักแสดงอย่าง เนบิล่า ที่ถ่ายเอาไว้ใน Avengers: Infinity War
แต่ว่าถูกเอาออกไปจากเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบทจริงแล้วก็เลียนแบบ บางซีนจะถูกนำกลับใช้เพิ่มเติมใน ใน Avengersภาคถัดไป ที่แฟนคลับรอคอยดู ก็เป็นไปได้
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Avengers ภาคต่อที่ ที่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อตอนอย่างเป็นทางการออกมานั้นมีระบุจะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกา เดือนพฤษภาคม 2019

เจาะเบื้องลึกมหากาพย์ลบหนวด เฮนรี คาวิลล์ ใน Justice League

กลายเป็นมหากาพย์หนวดที่น่าจะถูกเอาไปล้อกันยันลูกบวช
กับการปรากฎตัวของเฮนรี คาวิลล์ในบทซูเปอร์แมน ในภาพยนตร์ Justice League
ที่หลังจากการถ่ายซ่อมเพิ่มเติม คนดูก็ได้ตื่นตะลึงกับซูเปอร์แมนที่ผ่านการใช้เทคนิค
CG ลบหนวดจนเหมือนเป็นร้อนใน
เพราะในช่วงเวลาถ่ายซ่อมนั้นเฮนรีติดคิวถ่ายภาพยนตร์ Mission: Impossible –
Fallout ในบท ออกัสต์ วอล์คเกอร์ สายลับของ CIA ที่มาพร้อมหนวดเคราครึ้ม
ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าดูเท่และมีเสน่ห์ดุดันมากจริงๆ
ซึ่งเบื้องหลังของเรื่องนี้ คริสโตเฟอร์ แมคไควรี ผู้กำกับภาพยนตร์ มิชชั่น:
อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลเอาท์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลของเรื่องนี้กันแล้ว
โดยตัวเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Empire เอาไว้ว่า “ผมได้รับโทรศัพท์จาก ชาร์ลส์ โรเวน
(โปรดิวเซอร์ของ Justice League) ในช่วงที่ Justice League ต้องถ่ายทำเพิ่มเติม”
“เขาบอกกับผมว่า ‘เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เราอยากให้เฮนรี
คาวิลล์โกนหนวดของเขา เพื่อกลับมาถ่ายทำฉากซ่อมเพิ่มเติม’ ผมเลยตอบกลับไปว่า
‘ผมอยากจะทำทุกอย่างที่พอจะช่วยคุณได้
แต่ผมก็ต้องคิดถึงเรื่องของการถ่ายทำเหมือนกันขอให้ผมไปคุยกับทุกคนก่อนแล้วดูว่าพ
อจะสามารถขยับตารางงานได้ไหม’…”
“หลังจากนั้นผมเลยได้ไปคุยกับเจค ไมเยอร์ส (โปรดิวเซอร์ของ Mission:
Impossible – Fallout) เราได้คุยกันหลายทางและแนะนำว่า ถ้าเราให้เฮนรีโกนหนวด
เราก็ต้องรอให้หนวดของเขากลับมาอีกครั้ง หรืออาจจะใช้เทคนิค CG
ในการสร้างหนวดขึ้นมาใหม่”
“แต่ไม่ว่ายังไง เมื่อเราดูหนวดปลอมจากภาพระยะใกล้ด้วยกล้อง 75mm. แล้ว
มันดูเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากหนวดปลอม”
แทบไม่ได้เลยสำหรับ Justice League ในการให้เฮนรี
คาวิลล์กลับไปในสภาพใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา แต่คริสโตเฟอร์ แมคไควรี และ เจค
ไมเยอร์ส ได้เสนอทางเลือกใหม่ว่า พวกเขาจะยอมให้เฮนรีโกนหนวดได้
หากทางทีมงาน Justice League จ่ายค่าเสียเวลาการถ่ายทำทั้งหมดเป็นเงิน 3
ล้านเหรียญ โดยจะหยุดการถ่ายทำทั้งหมดเพื่อรอให้หนวดของเฮนรีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
แต่ความหวังของ Justice League ต้องดับวูบลงอีกครั้ง เพราะทาง Paramount
Pictures ตัดสินใจไม่ยอมกับทางเลือกนี้เด็ดขาด
เราจึงได้เห็นซูเปอร์แมนในแบบที่เราได้ชมกันไปในโรงภาพยนตร์…