รีวิว Whitney (2018)

วิทนีย์เป็นลูกสาวของ ซิสซี ฮุสตัน นักร้องคอรัส
โดยเคยร้องให้กับเช่น Dionne Warwick (ป้าของวิทนีย์) Elvis Presley
และก็ Aretha Franklin ฯลฯ คือ เอาจริงๆ
ครอบครัวของวิทนีย์นี่เป็นครอบครัวนักร้อง ครอบครัวนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
แต่ว่าก็สร้างฐานะจนเป็นคนมีตัง ย้ายไปอยู่ย่านดีดีได้
วิทนีย์มีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้าไปร้องเพลงในโบสถ์
แนวเพลงที่วิทนี์ถนัดเลยเป็นพวก soul และ gospel
มีครั้งนึงที่แม่แกล้งป่วยหรือบอกติดงานแล้วทิ้งให้นางร้องเพลงในผับแทนแม่
ตอนนั้นวิทนีย์ก็ฉายแววเลย และต่อมาพอได้ออกแผ่นก็ดังระเบิดเถิดเทิง
ชื่อเสียงเงินทองมาพร้อมกับสามีที่ชื่อ บ็อบบี้ บราวน์
ที่ทำให้ชีวิตของวิทนีย์เปลี่ยนไปตลอดกาลเลย
ความรัก ได้พรากนักร้องระดับตำนานไปหลายคนแล้ว ซึ่งจริงๆ
พวกเราจะไปโทษฝ่ายชายก็ไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ
เนื่องจากชื่อเสียง เงินทองและความรัก
อาจทำให้สติของพวกเราหลุดไป โดยที่พวกเราเองไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิ่งเสพติดที่เข้ามาในชีวิตของพวกเรา ที่
เป็นการหาความสุขใส่ตัวแบบผิดๆ
ประเด็นนี้เน้นหัวข้อการสัมภาษณ์คนที่อยู่รอบข้างวิทนีย์มากไปหน่อย ไม่ค่อยมีเรื่องของวิทนีย์มากเท่าไรนัก
แต่ว่าเมื่อเราได้ดูเรื่องราวของเธอ เราก็ยังสะเทือนใจจนปล่อยโฮเลยทีเดียวล่ะ
แต่ว่าถ้าเกิดอยากดูไว้เพื่อเป็นบทเรียนจากชีวิตจากคนที่ไม่มีอะไรเลย
จนมีทุกอย่างแต่เพราะได้คนรักที่ไม่ดี
และใช้เงินไปในทางที่ไม่ถูกไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดจนสุดท้ายต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
ต่อให้ชีวิตที่กำลังก้าวหน้าของตัวเอง เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่เป็นเครื่องเตือนใจในชีวิตได้ดีมากเลยล่ะ
ใครอยากดูก็ไปดูได้เลยตามโรงภาพยนตร์ ตอนนี้กำลังเข้าฉายอยู่เลยล่ะ…

รีวิว Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง

นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่เตรียมมาเอาใจคอหนังสยองขวัญโดยเฉพาะเลยทีเดียว สำหรับ Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ผลงานจากทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan (2016) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งทั่วเมืองกันมาแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นซอมบี้แต่ย้อนเรื่องราวไปเกิดขึ้นในเมืองโชซอนเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งได้สองซูเปอร์สตาร์แห่งเกาหลีใต้ จางดงกอน และ ฮยอนบิน มาแสดงนำ

Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกาหลีสมัยโชซอน เมื่อ องค์ชายกังลิม โอรสของกษัตริย์และนักสู้ฝีมือฉกาจที่สุดของอาณาจักรโชซอนที่ตกเป็นนักโทษการเมืองภายใต้การดูแลของราชวงศ์ชิงอยู่หลายปี ถูกเรียกตัวกลับบ้านเกิดเพื่อช่วยต่อสู้กับฝูงซอมบี้คลั่งกระหายเลือดที่เข้ามารุกรานอาณาจักรอันเคยสงบ แต่ขณะที่บ้านเมืองกำลังเจอกับวิกฤติ เสนาบดี คิมจาจุน กลับหวังโอกาสนี้ในการยึดครองบัลลังก์ และโค่นราชวงศ์ที่มีมาช้านานลงไป

ยอมรับว่าเมื่อได้ยินว่า Rampant นั้นถูกสร้างโดยทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Train to Busan ซึ่งเคยสร้างความฮอตฮิตไปทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ รวมไปถึงวงการภาพยนตร์ในบ้านเราอีกด้วย จึงค่อนข้างมีความคาดหวังไว้พอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีไม่แพ้เรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากดูที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์จนจบก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สนุกไม่เสียชื่อคนสร้าง เพียงแต่ไม่อาจเทียบชั้น Train to Busan ได้

โดยความสนุกที่บอกไว้ข้างต้นนั้นหนังทำออกมาได้น่าสนใจ สร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบทที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางการเมือง การเดินเรื่องที่กระชับฉับไว งานเอฟเฟกต์ที่สมจริง ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยังคงคุณภาพของความเป็นเกาหลีไว้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องของความดรามาระหว่างครอบครัวก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หนังยังทำออกมาได้ไม่สุด หากมีการขยี้ปมเรื่องราวให้เข้มข้นมากกว่านี้ก็จะดีไม่น้อย เหมือนยังขาดองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาเสริมให้หนังออกมาสมบูรณ์

ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง ฮยอนบิน ที่ได้ถ่ายทอดบทบาทขององค์ชายเจ้าสำราญที่ดูเหมือนจะติดเล่นไปหน่อย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องกลับมากอบกู้บ้านเมืองตามสูตรของพระเอก ซึ่งก็ถือว่าในเรื่องนี้เจ้าตัวถ่ายทอดความเป็นผู้ชายออกมาได้มีเสน่ห์ เชื่อว่าสาวๆ ต้องแอบกรี๊ดแน่นอน ส่วนตัวร้ายอย่าง เสนาบดีคิมจาจุน รับบทโดย จางดงกอน ก็นับว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแบนราบ เพราะเผยให้เห็นเฉพาะมุมที่เป็นความชั่วร้ายอย่างเดียว ซึ่งค่อนข้างมีความตื้นเขิน ไม่ได้มีฉากหรือเหตุการณ์บอกเล่าว่าอะไรที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนเลวเลย จึงค่อนข้างผิดหวังกับตัวละครตัวนี้

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของหนังก็ถือว่าตอบโจทย์ความสนุกตามไสตล์เกาหลีได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่มาที่ไปของซอมบี้ที่เชื่อว่าคนที่ดูหนังแนวนี้มาหลายๆ เรื่องก็น่าจะพอเดาออกว่ามันเกิดจากอะไร ในส่วนของความแอคชั่นไล่งับของซอมบี้นั้นก็ถือว่าสยองไปตามเรื่องราว เชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่นอน…

รีวิว Doraemon the Movie: Nobita’s Treasure Island

ใครที่นึกถึงการ์ตูนยอดนิยมอย่างโดเรม่อนไม่ควรพลาดเด็ดขาด
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกโดเรม่อนหรือไม่ก็ดูได้ทั้งหมด
เพราะเรื่องนี้จะทำให้คุณได้ย้อนวัยอีกรอบกับเหล่านักแสดงเดิม
และเพิ่มตัวละครใหม่เพื่ออรรถรสของเรื่อง
ใครไม่ดูลองมาอ่านทางนี้ อาจจะทำให้คุณนั้นอยากไปดูมากขึ้นก็ได้
Doraemon the Movie: Nobita’s Treasure Island
ฉบับภาพยนตร์ รายปี 2018 เป็นเรื่องที่โดราเอม่อน โนบิตะ และก็ผองเพื่อน
ออกไปเผชิญภัยล่าสมบัติด้วยเรือ “Nobita Ora” ที่เกาะลึกลับ แต่พวกเขาพบว่า
เกาะที่นี้ไม่ปลอดภัย เนื่องจากว่าซิซึกะ ถูกกลุ่มโจรสลัดลักพาตัว ส่วนโดราเอม่อน
และก็เพื่อนที่เหลือ ก็เจอกับ “ฟล็อค” ที่มีหุ่นยนต์นกพี่เลี้ยงอย่าง “ควิซ”
เป็นกุญแจปริศนาของของเกาะมหาสมบัติแห่งนี้ การดู Doraemon
ในโรงหนัง พวกเราจะเหมือนได้นั่ง Time Machine ของโดราเอม่อน
แต่ว่าสิ่งทีทำให้แตกต่างคือการ ใส่ดราม่า แต่ยังดีที่การเดินเรื่อง ยังมีมุกตลกให้สนุกสนานได้บ้าง
ส่วนงานด้านอนิเมะ ก็ยังรักษามาตรฐานได้ดั่งเดิม และมีการปูเรื่องตัวละครใหม่ ทั้ง ฟล็อค และ เซร่า
ก็ทำได้พอดีกับเรื่อง แต่ว่าเพลงประกอบบางช่วงที่ใส่มาขัดใจไปหน่อย
เพราะเหตุว่าช่วงที่ควรจะใส่ดันไม่ใส่ อารมณ์เลยดรอปลงไป
แต่ว่าโดยรวมก็โอเคนะไม่ได้เลวร้ายอะไร
ตอนนี้ก็เปิดเทอมแล้วบางทีอาจจะต้องพาไปดูเสาร์-อาทิตย์ก็ว่ากันไป
ถ้าใครคิดถึงแมวหุ่นยนต์สีฟ้าและผองเพื่อนและก็ต้องการย้อนเวลาไปดูล่ะก็ อยากแนะนำให้มาดูเรื่องนี้กัน
แล้วคุณจะหายคิดแน่ๆ ถึงจะมีหนังกระแสดีเรื่องอื่น
แต่หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณสบายใจแล้วก็ผ่อนคลายได้มากกว่า อย่าลืมมาดูกันนะ…

Birds of Prey ได้ Ewan McGregor มารับบทตัวร้าย Black Mask

ภาพยนตร์เรื่อง Birds of Prey ของ Warner Bros. มีข่าวออกมาเสิร์ฟแฟนคลับโดยตลอด
หลังเพิ่งมีรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า Cathy Yan ผู้กำกับหญิงของหนังหัวข้อนี้
ออกมาชื่นชมบทหนังของ Christina Hodson ว่าเขียนได้ยอดเยี่ยมจนวางแทบไม่ลง
ในระหว่างที่คุณไปร่วมงาน US-China Entertainment Summit พร้อมกับการันตีด้วยว่าตั้งใจทำหนังให้เป็นเรต R
ปัจจุบัน ในวันต่อมาก็มีข่าวสารตามว่า Ewan McGregor จะมารับบทเป็น Black Mask หรือ Roman Sionis
ตัวร้ายของ Birds of Prey ที่เพิ่งประกาศออกมาเป็นรายแรก
ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม False Face Society
โดยเรื่องราวในฉบับคอมิกส์ แฟนคลับได้ทราบจากนักแสดงนี้ครั้งแรกในการ์ตูน Batman ฉบับที่ 386 เมื่อปี 1985 ซึ่ง Black Mask
เป็นนักธุรกิจที่ฆ่าบิดามารดาของตนเองเพื่อหวังฮุบธุรกิจการค้าอันร่ำรวยของพ่อแม่
แต่บริหารธุรกิจการค้าได้ตกต่ำก็เลยทำให้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
ซึ่งเจัาตัวก็โทษความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะเหตุว่า Bruce Wayne (Batman) อย่างไรก็ตาม จากข่าวสารที่ Deadline
รายงานนั้นไม่ได้บอกว่าเรื่องราวของ Black Mask
จะเปลี่ยนไปจากฉบับการ์ตูนหรือไม่เมื่อมาทำเป็นหนังใน DCEU (จักรวาลขยาย DC)
ยิ่งกว่านั้น ยังมีข่าวว่า ผู้กำกับ Cathy Yan กำลังมองหานักแสดงลูกครึ่งเอเชียมารับบทเป็น Cassandra Cain (Batgirl) ด้วย
ซึ่งยังไม่ได้มีการแคสต์ผู้แสดงนี้แต่อย่างใด โดยหนังเรื่องนี้ได้บริษัท Kroll & Co. ของ Sue Kroll มาร่วมอำนวยการสร้างกับ Robbie
และ Bryan Unkeless และวางโปรแกรมฉายไว้แล้วในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020…

รีวิวหนัง Beach Rats

Beach Rats เป็นหนัง LGBT อีกเรื่องที่สุดยอดมาก ใครถูกใจหนังแนวนี้อย่าพลาดเลย
ไม่ใช่หนังแบบหวานหยดแต่ว่าก็ไม่ได้มืดมนจนถึงน่ารำคาญ คือ เป็นหนังเกย์ที่ตอบปัญหาคือดูแล้วเป็นธรรมชาติมาก
ไม่หวานเกินความจำเป็น และก็ดารานำชายหล่อมากจริงๆอันนี้ล่ะที่ถูกใจ Beach Rats
มีดีตรงถอดเสื้อถอดผ้าโชว์ซิกส์แพ็คเดินไปเดินมาริมชายหาด
ว่างก็ไปเขาผับหรือเสพยา แฟรงค์ ชายหนุ่มหน้าตาดีพระเอกของเรื่อง
เล่นบทโดย Harris Dickinson กับเพื่อนๆ4 คน
วันๆก็ไม่ทำอะไรเลย เรียกว่า ว่างมาก ตัวพระเอกเป็นคนที่สับสนในตนเอง
ราวกับยังคลุมเคลือว่าตนเองชอบอะไรกันแน่ พระเอกอยู่กับแม่
และบิดาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายนอนอยู่บนเตียง และมีน้องสาววัยกำลังโตอีก 1 คน เวลาว่าง แฟรงค์ชอบเข้าเว็บหาคู่ของเกย์
แต่เมื่อได้ลองออกไปเจอเกย์และมีอะไรด้วย โดยคู่ที่เค้าเลือกจะเป็นชายที่แก่คราวบิดา
และในขณะเดียวกันแฟรงค์ก็คบกับซีโมน สาวสวยและมีอะไรกับแฟนสาวด้วย
หนังพาเราไปสู่วังวนของเด็กหนุ่มในอเมริกา จะเลือกเป็นเกย์หรือเลือกชอบเพศเดียวกันไปเลยมันก็ไม่แปลก
แต่จากสภาพแวดล้อม สังคม การหล่อหลอม รวมถึงสหายรอบกาย จะมีผลให้พวกเราเข้าใจได้เลยว่าทำไมต้องแอบจิตด้วย
บทภาพยนตร์มันชวนติดตามมาก มันเหมือนการเล่าเรื่องไปข้างหน้าแบบไม่มีจุดพีค
แต่มันทำให้พวกเราอยากตามติดชีวิตของแฟรงค์ไปเรื่อยๆ
กล้องนี่ซูมเรือนร่างพระเอกมาก ซึ่งเค้าเองก็ไม่ได้หวงเนื้อหวงตัวเลย นี่ยังไม่นับฉากพระเอกโกนขนลับที่ถ่ายเจาะจนเห็นโคน
ไม่นับฉาก sex scene ที่ถ่ายกันแบบเห็นจะ Beach Rats ไม่ใช่หนังกะโหลกกะลานะ
ตัวหนังได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาล Sundance ด้วย
และยังเข้าชิงอีกหลายรางวัลในสายหนังอินดี้ คือ หากชอบแนวนี้ห้ามพลาดอ่ะ บอกเลย ผู้หญิงก็ดูได้นะ เพราะมีผู้หล่อเยอะมากในเรื่อง…

ภาพยนต์สยองขวัญขั้นเทพ

เมื่อพูดถึงหนังสยองขวัญต่างประเทศแล้วหลายคนคงมีเรื่องที่ชื่นชอบในใจ
วันนี้บทความนี้จึงมาแนะนำหนังสยองขวัญสั่นประสาท5เรื่องที่ติดชาร์จว่าสยองขั้นเทพ
1.Goodnight Mommy
หนังเล่าเรื่องราวของคู่แฝดที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างกับผู้ เป็นแม่
หลังจากที่แม่ไปผ่าตัดทำศัลยกรรมมา แม่ผู้ซึ่งไม่เคยทำร้ายร่างกายพวกเขาและมักเล่นสนุกด้วยกันเสมอ
กลับเปลี่ยนไปกลายเป็น แม่วิปริตที่ชอบตบตีลูกของตัวเองเป็นว่าเล่น คู่แฝดจึงเชื่อว่า
"ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ของพวกเขา" และเริ่มออกตามหาแม่ที่แท้จริง
2.The Evil Dead
เรื่องราวคร่าวๆ เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อน 4 คนที่ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวพักร้อนกันที่กระท่อมแห่งหนึ่งกลางป่า
(ซึ่งผมว่าเป็นที่สุดท้ายที่ทุกคนคิดอยากจะไปพักร้อน) และเมื่อพวกเขาไปถึงก็จัดงานสังสรรค์ดื่มเหล้ากันตามปกติ
จนกระทั่งมีเพื่อนคนนึงเห็นประตูเปิดไปห้องใต้ดิน และนั่นเองที่ทำให้เพื่อนคนนึงไปพบกับ Book of Dead หรือ
หนังสือแห่งคำตาย
3.Kairo
มิจิ หญิงสาวข้องใจกับการหายตัวไปของทากูชิ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เธอตัดสินใจไปพบเขาที่บ้าน
และที่นั้นเธอได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจ ทากูชิฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาของเธอ
ทิ้งปริศนาไว้ให้ขบคิดว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น
ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติกับยาเบะเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งของมิจิ นับจากที่ได้เปิดดูแผ่นดิสก์ที่ทากูชิทิ้งไว้
ในไม่ช้ายาเบะก็ตายไปอีกคน เช่นเดียวกับจุงโกะเพื่อนร่วมงานหญิงอีกคนของมิจิที่ได้เข้าไปในเขตหวงห้าม
และพบเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวจนต้องตายไปอีกคน คาวาชิมา
นักศึกษาหนุ่มผู้ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์สนใจเข้าสู้โลกอินเตอร์เน็ต ตามสมัยนิยม
เขาพบเรื่องประหลาดจากอินเตอร์เน็ตมากมาย
และได้พบกับฮารูเอะนักศึกษาปริญญาโทผู้มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี
และให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่คาวาชิมาได้ประสบมา จากนั้นเป็นต้นมาทั่วทั้งเมืองเกิดเรื่องประหลาดขึ้น
เมื่อแถบสีแดงในเขตหวงห้ามได้รับการปลดออกการตายมากมายได้เกิดขึ้น และได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
4.Hard Candy
เรื่องราวของหญิงสาวที่หลอกล่อผู้ชายให้มาติดกับดักของเธอ
โดยชายคนนั้นคือคนที่เธอคาดว่าเคยก่อเหตุข่มขืนมาก่อน โดยได้เค้าโครงมาจากเรื่องราวจริงของสาวญี่ปุ่น
ที่มักจะหลอกล่อนักธุรกิจตามท้องถนน ให้ไปนอนค้างในโรงแรมกับเธอ ก่อนที่จะทำการปล้น

5.Dead Ringers
ฝาแฝดที่ใช้ชีวิตร่วมกันทุกอย่าง แต่สุดท้ายต้องแตกแยกเพราะผู้หญิง หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องของ
ฝาแฝด Stewart และ Cyril Marcus ทั้งคู่ทำทุกสิ่งอย่างร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่นยาเสพติด ทำอาชีพเดียวกัน
มีแฟนคนเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะโอเวอร์โดสจากยา…

นาคี 2

”นาคี” เป็นบทประพันธ์เรื่อง ”นาคี”ของ”ตรี อภิรุม”สร้างโดย บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา วชิรบรรจง กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง มีดารานำฝ่ายหญิงเป็น ”แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์”
และ ดารานำฝ่ายชายคือ”เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทุกวันจันทร์-อังคาร เริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559 หลังจากประสบความสำเร็จ
จึงได้ใช้บทประพันธ์เรื่องนาคี 2 ของ ”ตรี อภิรุม” มาสร้างภาคต่อ ในรูปแบบของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
”นาคี ภาค” เปิดกล้องถ่ายทำกันอย่างต่อเนื่องในปี 60 มีการเผยโฉม คู่พระ-นาง ดาราแม่เหล็ก ของช่อง 3”ณเดชน์
คูกิมิยะ” และ ”ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์”พร้อมกับข่าวคราวการถ่ายทำภาพยนตร์แบบลับ ๆ ก่อนจะถ่ายทำแล้วเสร็จ
กระทั่งในช่วงเดือนกันยายนปี 2561 เพลงประกอบภาพยนตร์ นาคี 2 จากศิลปินชื่อดัง ”ก้อง ห้วยไร่”
ก็ดังกระหึ่มไปทั่วเว็บไซต์ยูทูป เนื้อหายังคงถ่ายทอดอารมณ์ความรักความรู้สึกของคู่
พระนางในเชิงอยากเคียงคู่กันเช่นภาคแรก และในเดือนตุลาคม ภาพยนตร์ตัวอย่าง นาคี
2 ก็ปรากฏโฉมให้เห็นเรื่องราวของความน่าสะพรึงกลัวของพญานาค พร้อมกับการสืบสวนในคดีปริศนา.
เรื่องย่อ นาคี 2 เรื่องราวของ “สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) หญิงสาวแห่งดอนไม้ป่า
ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ คอยดูแลเทวาลัย
เธอมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่จู่ ๆ ก็มีคดีสะเทือนขวัญที่ยังคลี่คลายไม่ได้ เช่น
ผู้คนถูกสัตว์ขนาดใหญ่ฆ่าตายอย่างสยดสยอง ทำให้ฝ่ายตำรวจอย่าง  “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ)
ซึ่งถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ต้องเร่งออกสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันที
ขณะเดียวกันชาวบ้านยังคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของเจ้าแม่นาคีออกอาละวาดอีกครั้ง แน่นอนว่าชาวบ้านต้องมุ่งไปยังตัว
”สร้อย” สาวผู้ใกล้ชิดกับเจ้าแม่นาคีมากที่สุด โดยกล่าวหาว่าเป็นร่างประทับของเจ้าแม่
จนทางสารวัตรป้องปราบซึ่งไม่เชื่อในเรื่องราวเหล่านี้ ยังต้องเฉลียวใจเพื่อค้นหาคำตอบให้จงได้
คดีลึกลับแห่งดอนไม้ป่าจะเป็นเช่นไร ความรักของสารวัตรหนุ่มกับหญิงสาวชาวบ้านจะลงเอยกันอย่างไร
ต้องไปติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
ความโดดเด่นของเรื่อง นาคี 2 สิ่งแรกที่หลายคนต่างชื่นชมก็คือ ทีมงานการสร้าง CG สุดปังอลังการ เป็นงาน CG
ที่ผู้ชมและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างให้การยอมรับ ดูกันได้เพลิน ๆ ยิ่งมีซีนสยองขวัญด้วยแล้ว พญานาคตัวโต ๆ
กลายเป็นดูโหดไปเลยทีเดียว อีกสิ่งที่มีความโดดเด่นมากก็คือ บทบาทของนักแสดงนำ
ที่ยังส่งอารมณ์ไปให้ตัวประกอบเล่นได้สมจริงกว่าเดิมอย่างสุดท้ายการเล่าเรื่องเชิงสืบสวนทำให้ตัวหนังมีความน่าสน
ใจแปลกใหม่ ยิ่งมีพญานาคโผล่มาด้วยแล้ว บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่มันงูสัตว์ประหลาดหรือเปล่านะ
จุดอ่อนของภาพยนตร์ นาคี 2 ทำใจไว้เลยว่าเรื่องนี้สยองเห็นศพเลือดกระจาย ล้าน %
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรพิจารณาด้วยนะครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ การเล่าเรื่องที่ดูรวบรัดจนเกินไป
ทำให้ขาอรรถรสของความเป็นภาพยนตร์ที่ต้องปูพื้นให้น่าติดตาม รู้สึกได้ว่าเหมือนละครมากกว่า
หลายคนที่เคยดูละครเรื่องนี้มาแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังดูละครย่อซ้ำอีกรอบ
และสุดท้ายรู้สึกได้เลยว่าน้อยเกินไปสำหรับซีนเกี่ยวกับความรัก ไม่ถูกเน้นให้แจ่ม ๆ
ทำให้หลายที่เข้าไปชมคู่พระนาง รู้สึกไม่อินกับซีนความรักเท่าที่ควร…

สุดยอดหนังไทย ทำเงินสูงสุดตลอดกาล

พี่มาก…พระโขนง รายได้ 1,000 ล้านบาท
เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ลืมหนังผีสุดฮาอย่างเรื่อง พี่มาก…พระโขนง
ที่ปิดรายได้ไปอย่างสวยงามกับรายได้ในประเทศไปถึง 1,000 ล้านบาท
ซึ่งถือเป็นหนังไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ไทยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มี
ภาพยนตร์เรื่องใดสามารถทำเงินทะลุหลักพันล้านมาก่อน อีกทั้งเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย GTH
ที่ทำรายได้สูงสุดอีกด้วย นี่ยังไม่รวมยอดรายได้จากการนำไปฉายที่ต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว
เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งมีฐานแฟนคลับของค่าย GTH หนาแน่นพอสมควร
จนมีกระแสข่าวความแรงมาเป็นระยะๆ ว่า รอบฉายที่ต่างประเทศของหนังเรื่องนี้ คนดูเต็มทุกรอบ
ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยเลยก็ว่าได้
ไม่ใช่ทุกครั้งที่มีการคิดนอกกรอบแล้วจะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับ โต้ง บรรจง ปิสันธนกุล
ผู้กำกับพันล้านคนแรกของวงการภาพยนตร์ทำมันได้สำเร็จกับการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ตำนานผีที่ลือเลื่องที่สุดของไทย
กล้าที่จะฉีกตำนาน แม่นาคพระโขนงในรูปแบบเดิมๆ แต่การฉีกแนวหนังในครั้งนี้ ได้รับการวางแผนมาอย่างดี
รู้จักวิธีที่จะอุดรอยรั่ว ช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นในหนังและรู้ว่าจะกระทบกับคนดูอย่างไร และจะแก้เกมอย่างไร
การวางเส้นเรื่องให้ 4 เกลอ เผือก-เต๋อ-เอ-ชิน นำทางหนังด้วยความฮา และประกาศให้เป็นที่รู้กันว่า พี่มาก…พระโขนง
คืออะไร ไม่ใช่การยืดตามตำนาน 100% และให้ มาริโอ้ กับ ใหม่ ดาวิกา รับหน้าที่ตัวละครหลักของเรื่อง
รับผิดชอบด้านซีนอารมณ์ และสองพระนางก็สอบผ่านด้านความฮาด้วยเช่นกัน ความลงตัวทั้งหลายระหว่างนักแสดง
ผู้กำกับ บทภาพยนตร์ และการตลาดที่แข็งแรง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ พี่มาก…พระโขนง ทำรายได้ 1,000ล้านบาท

สุริโยไท รายได้ 550 ล้าน
เป็นที่ทราบกันดีว่าตำนานพระศรีสุริโยไทนั้นยิ่งใหญ่ และเมื่อมาอยู่ในมือของท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้กำกับที่มักจะจับงานใหญ่ๆ อยู่เสมอ บวกกับพลังดาราที่ทุกคนเรียกได้ว่า
เป็นแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยในขณะนั้น ทุกอย่างคือการรวมตัวของสิ่งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่
ทั้งตัวละครหลักในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ นักแสดงที่มีผลงานการันตีฝีมือ
ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญงานสร้างสเกลใหญ่ๆ คนไทยทั้งประเทศต่างแห่แหนเพื่อเข้าชมภาพยนตร์ที่มีความยาวร่วม 3ชั่วโมง
แม้ว่าจะต้องต่อคิวซื้อบัตรนานหลายชั่วโมงอีกก็ตาม จึงเป็นปรากฏการณ์ 550 ล้าน
สำหรับหนังไทยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศเมื่อ 13 ปีที่แล้วนั่นเอง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 ภาค ซึ่งแต่ละภาคนั้นรายได้ที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน โดยภาค 1 ตอน
องค์ประกันหงสา 219.06 ล้านบาท ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ 216.87 ล้านบาท ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี 203.7
ล้านบาท ภาค 4 ตอน ศึกนันทบุเรง 135 ล้านบาท และ ภาค 5 ตอน ยุทธหัตถี 201.9 ล้านบาท
จะเห็นว่ารายได้ของตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทั้ง 5 ภาคนั้น รายได้ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
ด้วยความที่ในแต่ละภาคมีระยะเวลาในการถ่ายทำห่างกันนานหลายปี เลยทำให้ดูเหมือนเริ่มขาดความน่าสนใจไป…

Hellboy 3 โค่นบัลลังราชชินีความมืด

Hellboy: Rise of the Blood Queen
ผู้กำกับ : นีล มาร์แชล
แนวภาพยนตร์ : ภาพยนตร์แอ็คชั่น , หนังผจญภัย , จินตนาการ
นักแสดงนำ : เดวิด ฮาร์เบอร์ , มิลล่า โจโววิช
กำหนดฉาย : 12 เมษายน 2019
กับมาแล้วสำหรับภาพยนตร์ที่ผู้คนต่างรอคอย Hellboy ภาพยนตร์แอ็คชั่นของผู้กำกับผู้สร้างตำนานอย่าง กิลเลอร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro)
ที่ได้สร้างหนังเรื่องนี้ไว้ถึงสองภาคคือ Hellboy 1 ออกฉายเมื่อปี 2004 และต่อมาอีก 4 ปี Hellboy II: The Golden Army ก็ได้ออกฉายตามในปี 2008
ปัจจุบันผ่านมาแล้วถึง 10 ปี ภาพยนตร์ที่เราต่างรอคอยก็ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว ไปชมเลย
เมื่อปีที่แล้วมีรายงานจากต่างประเทศเข้ามาว่า Hellboy 3 ภาพยนตร์ที่แฟนๆ ต่างรอคอยจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว ทำเอาแฟนๆ ต่างผิดหวังไม่น้อยเพราะ กิลเลอร์โม เดล โตโร
ออกปากเองว่าจะไม่ขอนั่งเก้าอี้คุมหนังเรื่องนี้อีกด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำให้ค่ายหนัง Millennium กลับมีแผนการเตรียมเอาโปรเจค Hellboy
มารีบูตใหม่ไม่เชิงว่าเป็นภาพยนตร์ภาค 3 แต่เรื่องราวยังคงสู้อยู่กับปีศาจจากขุมนรกในชื่อเต็มว่า Hellboy: Rise of the Blood Queen
ภาพยนตร์สานต่อความต้องการของคนดู โดยได้ผู้กำกับคนใหม่อย่าง นีล มาร์แชล (Neil Marshall)
ผู้กำกับจากซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones มาทำหน้าที่คุมเก้าอี้ผู้กำกับครั้งนี้
เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวข้องกับปีศาจร้าย พวกปีศาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมายึดครองโลกจากราชชินีความมืด
แผนการร้ายของเธอดำเนินไปด้วยดีจนทหารฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าไปขัดขวางนำโดยพระเอกของเรา เฮลล์บอย แทน รอน (เดวิด ฮาร์เบอร์) ปีศาจกลับใจ
เข้ามาขัดขวางการยึดครองโลกครั้งนี้ ทำให่สงครามได้เกิดขึ้นระหว่างปีศาจและปีศาจ…

ภาพยนต์.อนิเมะ. เฉินหลง

สุดยอดนักบู๊เเห่งวงการหนัง

เฉินหลง ได้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.
2497 ที่วิกตอเรียพีค
ได้เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน
เเละเขาเกือบถูกพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าขายให้กับหม
ออังกฤษในราคาแค่ 26 เหรียญ
แต่แล้วพ่อแม่ของเขาก็ได้ล้มเลิกความคิดนั้นไป

เเละพ่อของเขาทำงานเป็น "พ่อครัว"
แม่ทำงานเป็น "แม่บ้าน"
ให้กับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในฮ่องกงนั้นเอง
เฉินหลงก็เติบโตมาในสถานทูต
เมื่ออายุถึงเกณฑ์ก็เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนห
นานหัว

เฉินหลงอายุได้ 7 ขวบ
พ่อของเขาก็ส่งเขาเข้าโรงเรียนอุปรากรจีน

โดยที่ตัวของพ่อกับแม่นั้นต้องไปทำงานเป็นพ่อครั
วกับแม่บ้านที่สถานทูตในออสเตรเลีย
และที่โรงเรียนนั้นเองที่ทำให้เฉินหลงได้เรียนรู้ชีวิ
ตที่โดดเดี่ยว
เพราะเขาต้องห่างครอบครัวเป็นเวลานานมาก
แต่ที่นั่นก็ทำให้เฉินหลงได้พบเพื่อนร่วมสาบานอย่
าง หงจินเป่า และ หยวนเปียว
เเละเมื่อครั้งเฉินหลงอายุ 9 ขวบ
เขาได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในเยาวราชถึง 2 ปี
อาศัยอยู่หลังโรงงิ้วเก่า
ในวัยเด็กได้เรียนมวยไทยกับคุณลุงแก่ๆขาเป๋
คอยสอนมวยไทยให้เขา
ดังนั้นเฉินหลงจึงมีความผูกพันกับคนไทยเป็นอย่า
งมาก
เเละเมื่อเฉินหลงเรียนจบเมื่ออายุ 17 ปี
เขาได้ไปสมัครเข้าร่วมทีมสตันท์ในวงการหนังฮ่อ
งกงในช่วงที่ บรู๊ซ ลี ยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อ บรู๊ซ ลี
เสียชีวิตลง
เฉินหลงต้องตกงานเพราะวงการหนังกังฟูฮ่องกง
กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำอย่างหนัก

ในจุดตกต่ำของเฉินหลง
ความสามารถเฉินหลงเกิดไปสะดุดตากับผู้สร้างห
นังอย่าง หลอเหว่ย ผู้กำกับหนัง Fist of Fury
(ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง) ของบรู๊ซ ลี
โดยเขาต้องการปั้นดารากังฟูขึ้นมาแทนบรู๊ซ ลี
โดยเฉินหลงได้แสดงหนังในตอนนั้นทั้งหมด 10
เรื่อง ได้แก่ New Fist of Fury
(มังกรหนุ่มคะนองเลือด) (1976) Shaolin
Wooden Men (ถล่ม 20 มนุษย์ไม้) (1976)
Eagle Shadow Fist (1977) Half a Loaf of
Kung Fu (ไอ้หนุ่มหมัดคัน) (1977) Killer
Meteors (ไอ้ดาวหางจอมเพชรฆาต) (1977) To
Kill with Intrigue (นางพญาหลั่งเลือดสะท้านภพ)
(1977) Snake and Crane Arts of Shaolin
(ไอ้หนุ่มหมัดทะเล้น) (1978) Magnificent
Bodyguards (ศึกมันทะลุฟ้า) (1978) Spiritual
Kung Fu (ไอ้หนุ่มพันมือ ตอน 2) (1978) และ
Dragon Fist (เฉินหลง สู้ตาย) (1978)
โดยทั้งหมดนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร
เเละมาถึงจุดประสบความสำเร็จของเขา ปี 1978

เมื่อเฉินหลงนำแสดงหนังให้กับ Seasonal Film
เรื่อง Snake in the Eagle's Shadow
(ไอ้หนุ่มพันมือ) ทำให้ชื่อของเฉินหลง
กลายเป็นดาราดังเพียงช่วงข้ามคืนไปเลย
เพราะสามารถทำเงินอย่างมหาศาลในฮ่องกง
จากนั้นเฉินหลงก็ได้นำแสดงใน Drunken
Master ไอ้หนุ่มหมัดเมา ปี1978
โดยเฉพาะเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จ
ในฮ่องกงเท่านั้น
แต่ยังประสบความสำเร็จทั่วเอเชียด้วย

เมื่อเฉินหลงหมดสัญญากับหลอเหว่ย
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปที่สังกัดโกลเด้นท์ ฮาร์เวส
ซึ่งในอดีตบรู๊ซ ลี เคยเป็นดาราประจำของค่ายนี้
โดยที่สิทธิการทำหนังในค่ายนี้
เฉินหลงเป็นคนสามารถเลือกเองได้ตามใจ
ผลงานเรื่องแรกในค่ายนี้คือเรื่อง The Young
Master (ไอ้มังกรหมัดสิงโต) ปี1980)
ซึ่งสามารถทำรายได้ 10
ล้านเหรียญฮ่องกงเป็นเรื่องแรก จากนั้น

หลังจากนั้นเฉินหลงก็ได้กลับมาทำหนังในฮ่องกง
กับร่วมกับ 2 สหายอย่าง หงจินเป่า และ
หยวนเปียว โดยผลงานที่ทั้งสามได้แสดงด้วยกันมี
6 เรื่อง คือ Winners and Sinners
(มือปราบจมูกหิน) ปี1983 Project A (เอไกหว่า)
ปี1984 Wheels on Meals (ขาตั้งสู้) ปี1984 My
Lucky Stars (7เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ) ปี1985
เป็นต้น
เเละเฉินหลงได้กลับมาประสบความสำเร็จอย่าง
สูงอีกครั้ง ในหนังตำรวจร่วมสมัยอย่าง Police
Story (วิ่งสู้ฟัด) ปี1985
โดยเรื่องนี้ทำให้เฉินหลงได้รับรางวัลม้าทองคำ
(ตุ๊กตาทองฮ่องกง) ถึง 2 รางวัล คือ
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ
ออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม
เเละจากนั้นเขาก็ประสบความสำเร็จเรื่อยมาเเละเป็
นนักเเสดงที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับในฝีมือ…