วัดพลัง Aquaman ก่อนสงครามใต้บาดาลจะปะทุปลายปีนี้

หลังจากที่เราได้เห็นเราออกมาวาดลวดลายเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน Justice Leagueกันไปแล้ว ปลายปีนี้เราจะได้เห็นอาเธอร์ เคอร์รี คือ
ว่าที่ราชาแห่งอาณาจักรใต้บาดาลแอตแลนติส ผู้ปกครองมหาสมุทรทั้ง 7พร้อมกับสมญานามที่มนุษย์รู้จักว่า Aquaman
ด้วยเรื่องราวการผจญภัยที่ไม่เหมือนกับในหนังเรื่องไหนมาก่อนในการรวมทีมครั้งแรกจากฝั่ง DC
เราได้เห็นการปะทะกันระหว่างอควาแมนและซูเปอร์แมนแน่นอนว่าอาเธอร์สู้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องของสถานที่ต่อสู้
ชาวแอตแลนติสนั้นจะแข็งแกร่งที่สุดเมื่ออยู่ใต้น้ำ หากทั้งคู่ปะทะกันใต้น้ำจริงๆผลของการต่อสู้อาจจะออกมาเป็นอีกแบบ
โดยได้มีการเปิดเผยข้อมูลจากกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า“ชาวแอตแลนเทียนมีความสามารถในการใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำ
เพิ่มพลังทางกายภาพของตัวเองได้ ในด้านพลัง พวกเขาอาจเป็นรองซูเปอร์แมน
แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาสามารถบาดเจ็บและถูกสังหารได้ด้วยเทคโนโลยีของพวกเขาเท่านั้น”
สรุปคือ ไม่ว่าอย่างไรในจักรวาล DC ซูเปอร์แมนก็คือซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี
แต่สำหรับอาเธอร์ เคอร์รี หรือ Aquamanนั้นเขาคือลูกผสมระหว่างมนุษย์และชาวแอตแลนติส
นี่อาจสร้างความต่างบางอย่างให้เกิดขึ้นและเรื่องราวของเขาจะเป็นการผจญภัยทั้งใต้น้ำและบนบก
ในส่วนของพาหนะคู่กายของอควาแมนเองก็ไม่น้อยหน้าฮีโร่คนไหน ใครที่ยัง
Aquaman ฉบับแอนิเมชั่นได้ จะคุ้นเคยกับการที่เขาขี่ม้าน้ำท่องไปทั่วมหาสมุทร
แต่ในฉบับภาพยนตร์นี้จะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งกลายเป็นมังกรเจ้าสมุทรไปแล้ว(Sea Dragon)
เมื่อพูดถึงคนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงตัดสินใจใช้รูปลักษณ์นี้คือ Peter Safran
ตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ ที่เขาได้เปิดเผยกับ Entertainment Weekly ว่า
“ความคิดนี้มันเกิดขึ้นตอนที่ผมเห็นอควาแมนขี่ม้าน้ำผมอยากที่จะปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างและทำให้มันดูน่าหวั่นเกรงและน่าประทับใจมาก
ขึ้น เขาเป็นสิ่งชีวิตจากเผ่าพันธุ์ Xebellian
แต่ผมจะไม่ประหลาดใจเลยที่เราจะได้เห็นอาเธอร์ได้ขี่มันสักครั้ง”
จากข่าวก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยว่า ภาพยนตร์เรื่อง Aquamanจะเป็นเหมือนสตาร์วอร์สเวอร์ชั่นใต้บาดาล
นั่นอาจจะเป็นในแง่ของการพาเราไปผจญภัยโลกใต้มหาสมุทร
ได้พบเจอกับเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่ตื่นตาตื่นใจ และการต่อสู้ทำภารกิจเพื่อการก้าวขึ้นสู่บันลังก์ของอาเธอร์ เคอร์รี
ที่น่าจะเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน เตรียมรอชมกันได้กับ
Aquaman 13 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์…

3 อันดับภาพยนตร์ทะลึ่งทะเล้น ตลกแบบติดเรท ที่ควรค่าแก่การรับชม

ภาพยนตร์แบบทะลึ่งตึงตังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะได้ในรูปแบบเฉพาะตั
ว หลายคนชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก ลองมาดูกันเลยว่า 3
อันดับภาพยนตร์แนวนี้ที่ควรค่าแก่การรับชมจะมีเรื่องไหนบ้าง

1. อเมริกัน พาย : เริ่มต้นเรื่องแรกกันที่ภาพยนตร์ทะลึ่งในตำนานกันก่อนเลย
มันโด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นในช่วงยุค 1990
เป็นการเปิดประสบการณ์บนเตียงในรูปแบบฮาๆ
ที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยผ่านตากันมาบ้าง
มันเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
แม้ว่าจะมีทุนสร้างไม่มากเพียงแค่ 11 ล้านเหรียญเท่านั้น

อเมริกันพาย เป็นภาพยนตร์ที่ช่วยให้นักแสดงหลายคนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
โดยเนื้อหาของมันก็คือชายหนุ่มที่ชื่อ จิม
ตั้งใจที่จะปิดฉากความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะเรียนจบ ซึ่งเขาก็มีเพื่อนๆ
สุดแสบคอยช่วยเหลือมากมายด้วยวิธีต่างๆ
และถ้าใครอยากรู้ว่าพายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างไรก็คงต้องติดตามเอาเอ
งจะดีกว่า

2. โร้ดทริป : เป็นเรื่องงราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า จอช
ซึ่งพบรักกับแฟนสาวคนหนึ่งมาตั้งแต่ 5 ขวบ
เขาไม่เคยคิดที่จะนอกใจเธอจนกระทั่งได้พบกับ เบ็ธ
ซึ่งเป็นสาวฮอตจนทำให้เขาเริ่มไขว้เขวในหัวใจขึ้นมา
แน่นอนว่าตัวหนังย่อมเขียนบทให้ทั้งคู่ได้ขึ้นเตียงกัน แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น
เพราะดันมีการบันทึกภาพวิดีโอลงเทป และมันจะถูกส่งตรงไปยังแฟนสาวของ
จอช ด้วยความผิดพลาดบางประการ

นี่คือเรื่องราวสุดป่วนที่ทำให้ตัวละครในเรื่องต้องพยายามเดินทางไกลเพื่อหยุดยั้ง
ไม่ให้เทปม้วนนี้ถูกส่งไปถึงปลายทาง
เป็นความสนุกที่ทำให้ผู้ชมได้ร่วมหัวเราะไปกับทุกๆ ฉาก

3. เซ็กส์อิสซีโร่ : ภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่มาโด่งดังในบ้านเราในชื่อ "ปิ๊ดปี้ปิ๊ด"
เนื้อหาว่าด้วยชายหนุ่มวัย 28 ปีที่ชื่อว่า อึนซิก มีความฝันอยากจะเป็นผู้พิพากษา
เขาจึงได้ปลอมอายุเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
และก็ได้ไปแชร์ห้องกับเพื่อนหนุ่มสุดทะลึ่งตึงตังที่วันๆ
ไม่ทำอะไรนอกจากดูหนังโป๊

หนุ่มแก๊งนี้มีความตั้งใจที่จะหาประสบการณ์สุดเสียวในมหาวิทยาลัย
จึงได้วางแผนร่วมกันมากมายเพื่อที่จะได้สอยสาวสวยในทีมแอโรบิกของมหาวิทย
าลัยให้ได้ เรื่องราวอันสุดป่วนก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้

นี่ก็คือ 3 ภาพยนตร์ตลกติดเรทที่คอหนังในบ้านเราน่าจะชื่นชอบเป็นอย่างดี
และถ้าใครที่ยังไม่เคยรับชมก็ลองไปหามาดู
รับประกันได้ว่าหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งอย่างแน่นอน…

Dr. Strange

Doctor Strange
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : แอ็คชัน / วิทยาศาสตร์ / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : Scott Derrickson
ค่าย : Walt Disney Pictures, Marvel Studios
ฉาย : 26 ตุลาคม 2016
ภาพยนตร์สุดสนุกเรื่องหนึ่งของค่าย Marvel Doctor Strange ซึ่งถือเป็นหนังเฟสที่ 3 ของ Marvel
ในปี 2016 หลังได้เผยแพร่ Deadpool และ Captain America: Civil War ออกมาก่อนช่วงต้นปี 2016
Doctor Strange กำกับโดย Scott Derrickson และได้เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช (Benedict Cumberbatch)
ที่ถูกวางตัวให้มารับบท สตีเฟ่น เสตรนจ์ หรือ ดร.สเตรนจ์ อีกด้วย
ส่วนเนื่อหานั้นจะขนทัพซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งภาคใหม่และภาคต่อจากฉบับ Comic ออกดัดแปลง ทำให้จักรวาล
Marvel ได้ขยายขีดจำกัดของพลังวิเศษเหนือธรรมชาติไปที่อีกศาสตร์หนึ่ง… “เวทมนตร์”
ตัวอย่าง https://youtu.be/0nRh1XQCaDY
เรื่องย่อ
Doctor Strange สุดยอดหมอผ่าตัดผู้มีสติปัญญาฉลาดล้ำเลิศ อีโก้สูง และใช้ชีวิตอย่างฟู่ฟ่าหรูหรา
วันหนึ่งเขาเกิดอุบัติเหตุรถตกหน้าผารอดปฎิหารย์ แต่ทำให้ชีวิตของ Doctor Strange เปลี่ยนไปตลอดกาล
เพราะประสาทมือถูกทำลายและไม่สามารถรักษาได้ Strange
ขณะสิ้นหวังทุ่มเงินทั้งตัวรักษาตัวเองแต่ก็ไม่ดีขึ้นจนได้ไปเนปาลเพื่อพึ่งศาสตร์ตะวันออก
ที่นั่นเขาได้เรียนรู้พลังจักระ ในห้วงศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความพิศวง ดินแดนห่างไกลในทิเบต
ที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกเร้นลับ และสามารถรักษาตัวเองได้อย่างเหลือเชื่อ ดร.เสตรนจ์
ได้เริ่มชีวิตใหม่ที่ไม่ใช่ในฐานะ “หมอ” อีกต่อไป เมื่อเขากลายเป็นผู้มีความสามารถทางด้านเวทมนต์
และเขากลายเป็นบุคคลที่ต้องปกป้องโลกไปในทันทีDr. Strange
Doctor Strange
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : แอ็คชัน / วิทยาศาสตร์ / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : Scott Derrickson
ค่าย : Walt Disney Pictures, Marvel Studios
ฉาย : 26 ตุลาคม 2016
ภาพยนตร์สุดสนุกเรื่องหนึ่งของค่าย Marvel Doctor Strange ซึ่งถือเป็นหนังเฟสที่ 3 ของ Marvel
ในปี 2016 หลังได้เผยแพร่ Deadpool และ Captain America: Civil War ออกมาก่อนช่วงต้นปี 2016
Doctor Strange กำกับโดย Scott Derrickson และได้เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช (Benedict Cumberbatch)
ที่ถูกวางตัวให้มารับบท สตีเฟ่น เสตรนจ์ หรือ ดร.สเตรนจ์ อีกด้วย
ส่วนเนื่อหานั้นจะขนทัพซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งภาคใหม่และภาคต่อจากฉบับ Comic ออกดัดแปลง ทำให้จักรวาล
Marvel ได้ขยายขีดจำกัดของพลังวิเศษเหนือธรรมชาติไปที่อีกศาสตร์หนึ่ง… “เวทมนตร์”
ตัวอย่าง https://youtu.be/0nRh1XQCaDY
เรื่องย่อ
Doctor Strange สุดยอดหมอผ่าตัดผู้มีสติปัญญาฉลาดล้ำเลิศ อีโก้สูง และใช้ชีวิตอย่างฟู่ฟ่าหรูหรา
วันหนึ่งเขาเกิดอุบัติเหตุรถตกหน้าผารอดปฎิหารย์ แต่ทำให้ชีวิตของ Doctor Strange เปลี่ยนไปตลอดกาล
เพราะประสาทมือถูกทำลายและไม่สามารถรักษาได้ Strange
ขณะสิ้นหวังทุ่มเงินทั้งตัวรักษาตัวเองแต่ก็ไม่ดีขึ้นจนได้ไปเนปาลเพื่อพึ่งศาสตร์ตะวันออก
ที่นั่นเขาได้เรียนรู้พลังจักระ ในห้วงศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความพิศวง ดินแดนห่างไกลในทิเบต
ที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกเร้นลับ และสามารถรักษาตัวเองได้อย่างเหลือเชื่อ ดร.เสตรนจ์
ได้เริ่มชีวิตใหม่ที่ไม่ใช่ในฐานะ “หมอ” อีกต่อไป เมื่อเขากลายเป็นผู้มีความสามารถทางด้านเวทมนต์
และเขากลายเป็นบุคคลที่ต้องปกป้องโลกไปในทันที…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1972 : The Godfather

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1972เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The Godfather
ภาพยนตร์ระดับตำนานของโลก ผลงานของผู้กำกับ ฟรานซิสฟอร์ด ค็อปโปล่า ที่สร้างมาจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ มาริโอพูโซ่
ภาพยนตร์เรื่อง The Godfather กล่าวถึงช่วงเวลาในปี1945 ที่ ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ เจ้าพ่อมาเฟียเลื่องชื่อ
ซึ่งมีหน้าที่เสมือนที่พึ่งพิงของผู้คนภายใต้สมญานาม&ก็อดฟาเธอร์&ได้จัดงานแต่งงานของ คอนนี่ คอร์เลโอเน่
ลูกสาวที่บ้านของตนกระทั่ง จอร์นนี่ ฟอนเท่น ลูกบุญธรรมอีกคนของ วีโต้ซึ่งมีอาชีพเป็นนักร้องในลาส เวกัส
เดินทางมาขอความช่วยเหลือให้เขาได้แสดงภาพยนตร์ ซึ่ง วีโต้ได้ใช้วิธีการข่มขู่คุกคามจนในที่สุด แจ๊ค วอลซ์ ผู้กำกับภาพยนตร์
ก็ต้องเลือก จอร์นนี่ แสดงหนังหลังจากนั้น วีโต้ เข้าพบ ซอลลอสโซ่
เพื่อเจรจาเรื่องลงทุนค้ายาเสพติด แต่ วีโต้ เลือกปฏิเสธไปเนื่องจากเห็นว่ายาเสพติดจะทำให้ความมั่นคงของครอบครัวย่ำแย่
ลง อีกทั้ง ตำรวจ รวมถึง นักการเมือง อาจไม่สนับสนุนเขาอีกเรื่องดังกล่าวสร้างความเจ็บแค้นให้ ซอลลอสโซ่
จึงจัดการส่ง บรูโน่ ตาตาเลีย มาลอบยิง วีโต้ จนบาดเจ็บสาหัสพร้อมทั้งพยายามที่แทรกแซงตระกูลคอร์เลโอเน่
ด้วยการทำสัญญากับ ซันนี่ ลูกชายคนโตของตระกูลอย่างไรก็ตาม เมื่อ วีโต้ ยังไม่ตาย
ครอบครัวคอร์เลโอเน่จึงวางแผนล้างแค้น ก่อนจะเป็น ไมเคิลที่จัดการสังหารทั้ง ซอลลอสโซ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม็คครูสกี้
ตายคาร้านอาหาร ทำให้ ไมเคิลต้องหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อความปลอดภัย
ทว่าหลังจากนั้นครอบครัว คอร์เลโอเน่ก็ตกเป็นเป้าสังหารของศัตรู กระทั่ง วีโต้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือ ตระกูลบราซินี่
มิใช้ ตาตาเลีย อย่างที่เข้าใจ อีกทั้งยังเป็นผู้ชักนำแก๊งมาเฟียทั้ง 5แห่งนิวยอร์ค ให้รุมเล่นงานตระกูลคอร์เลโอเน่
สุดท้ายจุดจบของแก๊งมาเฟียทั้ง 5 แห่งนิวยอร์คจะเป็นเช่นไร และชะตากรรมของตระกูลคอร์เลโอเน่
จะปิดฉากแค่ยุคของ วีโต้ หรือไม่เราแนะนำให้ทุกท่านไปหาคำตอบกันเอาเอง
รับรองว่าตลอดระยะเวลา 175 นาทีท่านจะไม่เสียดายสักวินาทีที่ผ่านไป
รับประกันได้จากผลงานการคว้า ออสการ์ 3 รางวัลจากสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ไม่นับรวมรายได้กว่า 150ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างแค่ 6.5 ล้านดอลลารและระยะเวลาถ่ายทำแค่ 62 วัน
The Godfatherจึงเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
อีกทั้งคุณยังสานต่อความมันได้จาก The Godfather 2 และ The Godfather 3 ด้วยแถมยังเป็นภาพยนตร์ที่ช่วยให้ค่ายพาราเมาท์กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง…

The Crown Princess ละครเรื่องใหม่ที่จะทำให้ตกหลุมรัก ‘ณเดชน์-ญาญ่า’

เชื่อเถอะว่าหลายคนน่าเริ่มรู้สึกเบื่อและเอียนการจับคู่ ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ กับ ‘ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์’
ในละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 ไม่มากก็น้อย เพราะด้วยเคมีของตัวนักแสดงและพลังจิ้นของแฟนคลับ
เป็นเหมือนกับแรงกดดันกลายๆ ให้ผู้จัดละครตัดสินใจจับนักแสดงทั้ง 2 คนมาประคู่กันอยู่บ่อยๆ
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตามกระทู้ในเว็บไซต์ Pantip.com
ถึงมีเสียงบ่นให้เห็นกันประปรายทุกครั้งที่นักแสดงทั้งร่วมงานกัน
แต่เชื่อเถอะว่าถ้าทุกคน แน่นอนว่ารวมถึงคนที่รู้สึกเบื่อที่จะเห็นณเดชน์กับญาญ่า แสดงละครร่วมกัน
มีโอกาสได้ดู The Crown Princess หรือชื่อไทยคือ ลิขิตรัก ละครเรื่องใหม่ทางช่อง 3 ของทั้งสองคน
คุณจะเปลี่ยนใจกลับมาหลงรักนักแสดงทั้งสองคนอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจเลยจริงๆ
เพราะอันดับแรกสุดคือ ญาญ่า ที่ต้องรับบทเจ้าหญิงของประเทศหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหรือบุคลิกการวางตัวในเรื่อง
ช่างเต็มไปด้วยความสวยงามและมีออร่าจนคิดว่านี่คือเจ้าหญิงจริงๆ เลยด้วยซ้ำไป
อาจเรียกได้ว่าเธอมีเสน่ห์มากเมื่อได้มาแสดงละครเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ต่างไปจากละครเรื่องอื่นๆ
รวมทั้งเสน่ห์แบบที่เห็นจากภาพยนตร์ ‘น้อง.พี่.ที่รัก’ อีกด้วย
ในขณะที่พระเอกของเรื่องอย่าง ณเดชน์ แม้ว่าจะรับบทบาทที่ไม่ต่างจากเรื่องก่อนๆ สักเท่าไหร่
เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้แสดงเป็น ‘ทหาร’ แต่ด้วยเคมีและความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในคาแรกเตอร์
กลับทำให้เราไม่ได้รู้สึกเบื่อเลยสักนิดเวลาเห็นเขาแสดง แม้กระทั่งตอนที่ทำตัวซึนๆ เหมือนไม่ได้สนใจนางเอกของเรื่อง
ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้สึกรำคาญกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ณเดชน์กับแสดงออกมาได้ค่อนข้างลงตัว
ไม่น่าเยอะจนน่าหงุดหงิดและก็ไม่น้อยจนเกิดไปเลย
สำหรับเรื่องราวของ The Crown Princess ลิขิตรัก เล่าเรื่องราวของเจ้าหญิงอลิซ มาเดอลีน (ญาญ่า
อุรัสยา) รัชทายาทของประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสได้ครองบัลลังก์ต่อไปในอนาคต
กลับโดนอีกหนึ่งกลุ่มอำนาจในวังหลวงพยายามสังหารเธอ เพื่อยึดครองอำนาจภายในวังและควบคุมประเทศแทน
แต่ในระหว่างการหลบหนีก็ได้พบกับนาวาตรีดวิน สมุทรยากร (ณเดชน์) ที่บังเอิญไปเที่ยวแถวนั้นพอดี
จึงเข้าให้การช่วยเหลือจนเจ้าหญิงรอดชีวิตกลับไปได้
ทว่าการพบกันครั้งนั้นได้ทำให้ชีวิตของทั้ง 2 คนต้องเชื่อมโยงถึงกันอย่างคาดไม่ถึง
แถมยังทำให้ทั้งสองคนเกิดความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน จนกลายเป็นความรักที่ไม่อาจเป็นจริง
เพราะด้วยชนชั้นที่แตกต่างกันจนเกินไป
แน่นอนว่าละครเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องรักโรแมนติกอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังมีเรื่องราวความดราม่าภายในครอบครัวและความรักของคู่พระนาง
และที่สำคัญคือฉากแอกชั่นที่มั่นใจได้เลยว่าไม่แพ้ละครบู๊เรื่องอื่นๆ อีกด้วย…

นักพากย์เสียงอนิเมะ อาชีพที่ไม่ได้ง่ายหากต้องการอยู่รอดในระยะยาว

สำหรับคนที่ชื่นชอบอนิเมะ
ย่อมต้องการที่จะลองพากย์เสียงเป็นอาชีพดูอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่หากว่าลองได้ศึกษามันอย่างจริงจังแล้วจะพบว่ามันไม่ได้ง่ายเลย

ในวงการอุตสาหกรรมการ์ตูนที่ประเทศญี่ปุ่น นับว่าอะไรหลายๆ
อย่างค่อนข้างจะเฟื่องฟู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการ์ตูนได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างขึ้นมา
นักเขียนเรื่องนั้นก็แทบจะมีเงินมีทองให้ใช้สบายไปตลอดชาติ
เพราะนอกจากจะมีรายได้ตามปกติแล้ว
ค่าตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วยถ้าหากว่ามันถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ
และที่สำคัญก็คือการนำไปทำเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ
ว่าอนิเมะ

แต่ก็ใช่ว่านักเขียนทุกคนจะร่ำรวยจากสายอาชีพนี้
เพราะการจะเขียนการ์ตูนให้ดังขึ้นมาสักเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ขณะที่อาชีพนักพากย์เสียงอนิเมะเองก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญเช่นกัน
จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาอาจจะประกอบอาชีพนี้ด้วยใจรัก
แต่เงินที่ได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็เป็นสิ่งที่อาจบั่นทอนได้เหมือนกัน

การที่นักพากย์อนิเมะจะได้รับบทพากย์เสียงสักบท
มันก็จะต้องผ่านด่านแรกก็คือการแคสต์ร่วมกับคู่แข่งอีกเป็นร้อย
นี่คือโจทย์ที่ยากลำบากสุดๆ
เพราะจะต้องพากย์เสียงให้เข้าหูของคณะคัดเลือกให้ได้
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็คงไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่าทางทีมงานต้องการแบบไหนแบบเป๊ะๆ
100 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ถ้าได้งานแล้วก็ใช่ว่าอาชีพจะราบรื่น เพราะถ้าทำงานไปโดยไม่เป็นที่จดจำ
ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับงานครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้
เราจึงมักจะเห็นนักพากย์อนิเมะหลายคนที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างตัวตนขึ้นมา
บ้างก็ร้องเพลงด้วย ไปออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ ด้วย

หรือว่าถ้าเป็นสาวสวยหุ่นดีขึ้นมา
ก็อาจพบว่าเธอไปถ่ายแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาด้วยก็ได้

สำหรับใครที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองขึ้นมาได้
ก็เรียกได้ว่าเป็นดาราดังคนหนึ่งของวงการกันไปเลย
แน่นอนว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ทั้งงานทั้งเงินจะหลั่งไหลเข้ามา
กลายเป็นว่าสามารถยึดสายอาชีพนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เป็นนักพากย์อนิเมะระดับไอดอลที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่าอาชีพนี้ไม่ใช่ว่าจะดังกันได้ทุกคน
เพราะต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ กว่าที่จะก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้
ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เป็นสัจธรรมของชีวิตอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรกับสายอาชีพอื่นๆ

ดังนั้นหลังจากนี้ไปถ้าเราไปรู้จักชื่อเสียงนักพากย์อนิเมะคนใดสักคน
โปรดจงรู้ไว้เลยว่ากว่าที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย…

Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย

Suicide Squad
ชื่อภาษาไทย : ทีมพลีชีพ ซูเปอร์มหาวายร้าย
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : แอคชั่น
ผู้กำกับ : David Ayer
ผู้แต่ง : John Ostrander
ผู้ผลิต : Warner Bros. และ DC Entertainment
ฉาย : 4 สิงหาคม 2016
เราคงเห็นซุปเปอร์ฮีโร่กู้โลกจนเบื่อ มาเปลี่ยนแนวกันบ้าง !
‘งานนี้สะเทือนวงการหนังฮีโร่เลยทีเดียว
เมื่อตัวร้ายที่มีพลังพิเศษที่ถูกคุมขังและถูกเรียกตัวมาทำภารกิจอันตรายเพื่อแลกกับการได้รับการลดหย่อนโทษใน Suicide Squad
ทีมพลีชีพมหาวายร้าย จากค่าย DC Comics สนุกเกินคาดเลยทีเดียว
Suicide Squad ทีมพลีชีพ ซูเปอร์มหาวายร้าย “สนุก มันส์ บ้า ฮา เคล้าน้ำตา ซึ้งตรึงใจ”
ครบครันในเรื่องเดียวและภาพยนตร์เรื่องนี้ DC คอมมิคส์ที่เพิ่งแป็กสดๆ ร้อนๆ มาจากหนัง “ซุปเปอร์แมนปะทะ แบทแมน”
คงมีการคิดว่าหนังฮีโร่มันออกมามากไปลองมาเปลี่ยนแนวเอาวายร้ายมากู้โลกกันบ้างดีกว่า
ตัวอย่าง https://youtu.be/UZOAtKoamzQ
เรื่องย่อ
เมื่อเหล่าบรรดาดาวร้ายได้รับโอกาสจากทางรัฐบาลในการไถ่โทษให้ออกมาวิ่งล่นนอกเรือนจำในฐานะ
ข้ารับใช้ของรัฐมาปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายที่มีโอกาสรอดน้อยนิดเมื่อพวกเขาต้องต่อสู้กับวิญญาณแม่มดร้ายที่หลุด
จากการควบคุม เหล่าตัวร้ายจึงต้องร่วมมือกันแต่ใช้ว่ากับทุกคนอย่างอแมนดา
แฟนสุดรักของโจ๊กเกอร์ที่ได้รู้ข่าวว่าแฟนออกจากคุกก็รีบไปช่วยทันที แต่อแมนดา
ดันหนีไม่รอดทำให้เขาต้องอยู่ช่วยทีมจนกว่าจะจบภารกิจจะสนุกขนาดไหนไปรับชม…

5 เกมยอดฮิตที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ภาพยนตร์ต่างๆ ในยุคปัจจุบันนั้นมีหลากหลายแนว
บางเรื่องถูกสร้างขึ้นมาจากนิยายหรือาจจะถูกสร้างมาจากเรื่องจริง
แต่ก็มีภาพยนตร์ไม่น้อยเลย ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวีดิโอเกม
ไปดูกันว่าจะมีเรื่องไหนที่ได้รับความนิยมกันบ้าง
1.Resident Evil

ถ้าหากนึกถึงภาพยนตร์ที่มากจากเกมถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงจะเป็นไปไ
ม่ได้ สำหรับ Resident Evil นั้นเป็นเกมแนว Survival Horror
หรือแนวสยองขวัญที่ต้องเอาชีวิตรอด โดยมีการสร้างถึง 6 ภาคด้วยกัน
ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนเป็นอย่างดี
และทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับซอมบี้
แต่ทว่าเรื่องราวในเกมกับภาพยนตร์นั้นไม่เหมือนกันซะทีเดียว
แต่ก็ยังพอมีเค้าโครงจากเกมอยู่บ้าง แม้ว่าภาคหลังๆ
จะออกแนวเลอะเทอะหลุดไปไกลก็ตาม
2.Silent Hill
อีกหนึ่งเกมแนว Survival Horror
แนวสยองขวัญเกี่ยวกับเมืองร้างลึกลับอย่าง Silent Hill
ที่เหล่านักเล่นเกมต่างรู้จักกันดี โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้
เป็นเรื่องราวของ Rose และ Christopher สามีภรรยาคู่หนึ่ง
ที่มีลูกสาวป่วยอาการประหลาดที่ชอบเดินละเมอกลางดึกและมักจะพูดถึง
เมืองที่ชื่อ Silent Hill
ทำให้เธอตัดสินใจไปยังเมืองแห่งนี้และได้พบกับสิ่งประหลาดความน่าก
ลัวที่เกิดขึ้น ถือว่าทำได้น่ากลัวเลยทีเดียว
สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์และกวาดรายได้อย่างมหาศาล
3.Angry Brids

ภาพยนตร์การ์ตูนแฟนตาซี
ที่มาจากเกมยอดฮิตบนมือถือโดยตัวภาพยนตร์ได้นำเหล่าคาแรคเตอร์น
กสุดน่ารักในเกม
มาเพิ่มเรื่องราวให้เหล่าแฟนๆได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น
เรียกได้ว่าทำให้เราได้รู้เรื่องราวของแต่ละตัวละครในเกม
ว่ามีที่มาอย่างไร
4.Warcraft
เกมแนว RTS หรือวางแผนการรบ
ถือเป็นเกมที่ใครหลายคนนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ด้วยระบบการเล่นที่ง่ายแต่มีความลุ่มลึก
กราฟฟิกที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์น่ามองในทุกยุคทุกสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นถูกฉายในบ้านเราเมื่อช่วงกลางปี 2016
โดยเนื้อเรื่องได้พูดถึง อาณาจักร Azeroth อันเงียบสงบ
กำลังจะเกิดสงครามขึ้น เมื่ออาณาจักรได้ถูกรุกรานโดยเผ่าพันธุ์ออร์ค
ซึ่งได้ละทิ้งบ้านเกิดที่กำลังล่มสลายและหนีมาตั้งอาณานิคมที่ดาวดวงอื่
น และเมื่อประตูที่เชื่อมระหว่างสองฝ่ายได้เปิดออก
เหล่ากองทัพของทั้งฝ่ายต้องต่อสู่กัน ถือว่าสนุกทีเดียว
แม้ว่าจะมีการเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดทุนอยู่ราวๆ 15
ล้านเหรียญก็ตาม
5.Doom
สุดยอดเกมแนว Action Shooting มุมมองแบบ First Person
ที่ถือว่าเป็นต้องแบบของหลายๆเกมยิงปืนในยุคปัจจุบัน
และได้มีการพัฒนาเปลี่ยนอะไรต่างๆ ตามยุคสมัย
ในฉบับภาพยนตร์นั้นได้ The Rock หรือ ดเวย์น จอห์นสัน
อดีตนักมวยปล้ำระดับโลกมาเป็นนักแสดงนำด้วย…

ภาพยนต์.อนิเมะ. เปิดประวัติขุนพันธรักษ์ราชเดช จากหนังเรื่องขุนพันธ์2

เรื่องราวของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ชื่อเดิม บุตรพันธรักษ์สุดยอดนายตำรวจของเมืองไทย
ที่ได้สร้างคุณงามความดีมากมายในอดีตที่ผ่านมาผ่านการปราบโจรผู้ร้ายมาทั่วประเทศไทย
ทั้งในภาคใต้เเละภาคกลางโจรผู้ร้ายที่โด่งดังในอดีตที่ผ่านมา
ได้ผ่านการปราบปรามจาก ขุนพันธรักษ์ราชเดช ทั้งนั้น
พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช เกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ในปี2446 เเละจากนั้นเติมโตมาก็ได้เข้าสู่เส้นทางการเป็นตำรวจ
ตามที่ใจต้องการ เเละการเป็นตำรวจของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ท่านเป็นตำรวจที่ดีอย่างมากเเละยังเป็นตำรวจที่มีความเก่งกาจในด้านการปราบเเล้วยังเก่งในเรื่องของวิชาอาคมอีกด้วย
จนโจรต่างๆต้องยอมสยมเเก่นายตำรวจผู้เก่งกาจผู้นี้
จากเริ่มเเรก ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ปราบโจรในภาคใต้ ที่โด่งดังคือ
“อะเวสะดอตาเละ” เป็นโจรที่มีความโหดร้ายอย่างมาก
ฟันเเทงไม่เข้าเเละยังยิงไม่เข้าอีกด้วยถือว่าเป็นจอมโจรที่มีวิชาเก่งกล้าอย่างมาก เเละทาง ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตอนนั้นชื่อ บุตร พันธรักษ์
ได้จัดการปราบ “อะเวสะดอตาเละ” จนต้องพ่ายไปเเละเมืองปัตตานี
กลับมาสงบอีกครั้ง จนทาง บุตร พันธรักษ์ ได้รับสมยานามว่า “รายอกะจิ”
ซึ่งแปลว่า “อัศวินพริกขี้หนูเเละต่อมาได้รับราชทินนามว่าขุนพันธรักษ์ราชเดช จากนั้นเป็นต้นมา
เเละใน ปีพ.ศ. 2486 ขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ย้ายไปเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรที่จังหวัดพิจิตร
ได้ทำความดีความชอบเรื่อยมา และได้ปราบปรามโจรผู้ร้ายมากมาย คือเสือโน้ม หรืออาจารย์โน้ม จึงได้รับพระราชทานยศเป็นพันตำรวจตรี
พ.ต.ต. ปีพ.ศ. 2489เเละย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท
ได้ปะทะและปราบปรามเสือร้ายหลายรายทั้ง เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน
เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือไหว เสือมเหศวร เป็นต้น
เเละในเวลาต่อมา พ.ศ. 2491จังหวัดพัทลุงมีโจรผู้ร้ายชุกชุมราษฎรชาวพัทลุงนึกถึงท่านขุนพันธ์ฯ
จึงลงชื่อกันทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอตัวขุนพันธ์ฯ
กลับพัทลุงเพื่อปราบปรามโจรผู้ร้ายจึงได้ย้ายมาเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงอีกครั้ง
เเละได้ปราบปรามเสือร้ายไปหลายคนหลังจากนั้นทาง ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ได้กลับไปรับราชการที่นครศรีธรรมราชบ้านเกิดก็ได้ปราบโจรอีกหลายราย
เเละมีโจรอยู่ประมาณสิบรายที่ยังอาระวาดอยู่เเละท่านได้บอกว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาดหากไม่เลิกเป็นโจรขอให้ไปบวช
เเละโจรทุกคนก็ไปบวชเเละมีอยู่รายเดียวคือ เสือข่อย ที่ไม่ยอมเลิกทำให้
ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้จัดการขั้นเด็ดขาดทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุข
หลังจากเกษียรราชการ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็ได้กลับไปอบู่ที่บ้าน
นครศรีธรรมราช เเละเคยเป็น เคยเป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์
ในปีพ.ศ.2512 นอกจากนี้ ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ยังได้สร้างคุณงามความดีมากมาย ทั้งการเป็นเจ้าพิธีต่างๆ
ในการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับวัดวาอาราม
เเละทุกคนในชุมชนได้ยกย่องให้ท่านคือคนดีของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเเละเเผ่นดินไทย
เเละด้วยความสุดยอดของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช
จึงได้นำประวัติมาทำเป็นภาพยนต์ในชื่อขุนพันธ์2
เเละจะเข้าฉายในวันที่23ส.ค.61 นี้…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1969 : Butch Cassidy and the

Sundance Kidย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1969
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Butch Cassidy and
the Sundance Kid หรือ สองสิงห์ชาติไอ้เสือ
ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ แกงค์ไวลด์บั๊นซ์
ที่ออกปล้นรถไฟในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ฝีมือการกำกับของ จอร์จรอย ฮิลล์
เรื่องราวในภาพยนตร์เริ่มต้นตอนที่ บุทช์ คาสซิดี้
เจ้าของฉายา “โรบิน ฮู้ด ตะวันตก” และ ซันแดนซ์ คิด รู้จักกัน
และตั้งแก๊งค์ปล้นขึ้นแล้ว โดย บุทช์ เข้ามาดูลาดเลาที่ธนาคาร
แต่ปรากฏว่ามีการป้องกันอย่างแข็งแรง ขณะที่ ซันแดนซ์เล่นไพ่อยู่อีกที่หนึ่ง
เมื่อ บุช เห็นว่าธนาคารปล้นลำบาก ก็เลยชวน ซันแดนซ์กลับรังโจร ซึ่งเป็นช่วงที่ ซันแดนซ์
กำลังจะดวลปืนกับขาไพ่ที่หาว่าเค้าเล่นโกงแต่เมื่อรู้ว่าเจ้าหนูนั่นคือ ซันแดนซ์
เหล่าโจรทั้งหลายจึงยอมก้มหัวหลบให้จากนั้นเรื่องราวตัดไปที่รังโจร
ซึ่งในหนังเรียกชื่อแกงค์ของพวกเค้าว่า The Hole in the Wall
ไม่ได้เรียกว่า Wild Bunch ตามหน้าประวัติศาสตร์ สถานที่ที่ บุทช์
ถูกลูกน้องท้าประลองเพื่อจะตั้งตัวเป็นหัวหน้าใหม่ แต่ บุทช์ก็สามารถปราบลงได้
แล้วพวกเขาทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปปล้นรถไฟของบริษัทยูเนี่ยนแปซิฟิค ก่อน บุทช์ และ ซันแดนซ์
จะแยกจากลูกน้องเข้ามาหลบในเมือง
พร้อมกับจิบเบียร์แอบดูนายอำเภอประจำเมืองที่เรียกหาอาสาสมัคร
ออกตามล่าพวกเขา ทว่าไม่มีใครยอมไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การออกปล้นครั้งต่อมา บริษัทยูเนี่ยน แปซิฟิค
ได้จ้างมือปราบ โจ ลาฟอส ซ้อนแผนมากับขบวนรถไฟ
เพื่อตลบหลังพวกเขา ทำให้ บุทช์ และ ซันแดนซ์
ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนไปจนถึงน้ำตก
จนผู้คนคิดว่าพวกเขากระโดดหน้าผาตายไปแล้วการรอดตายแบบหวุดหวิด ทำให้ บุทช์ และ ซันแดนซ์
วางแผนหลบหนีไปยังโบลิเวียพร้อมทั้งใช้ชีวิตรับจ้างคุ้มกันเหมืองแลกกับข้าวปลาอาหาร
แต่ก็มิวายไปฆ่าโจรพื้นเมืองที่จะมาปล้นเหมืองจนผู้ว่าจ้างเข้าใจผิดว่าจะปล้นเอง จึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนกันอีก
สุดท้ายเมื่อทางเลือกถูกบีบคั้น บุทช์ และ ซันแดนซ์จึงวางแผนออกปล้นขบวนขนเงินของเหมืองอีกครั้ง
และกลายเป็นการปล้นที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
ของสองเสือในตำนานของสหรัฐอเมริกา อย่าง บุทช์ คาสซิดี้ และซันแดนซ์ คิด
สรุปก็คือแม้ภาพยนตร์ Butch Cassidy and the
Sundance Kid จะไม่ได้สร้างตามไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์แบบเป๊ะๆแต่โดยรวมแล้วถือเป็นหนังที่ตอบโจทย์ได้ดี
โดยไม่จำเป็นต้องมีฉากแอ็คชั่นหรือเซ็กส์แบบโจ่งครึ่มล่อใจนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Butch Cassidy and the
Sundance Kid จะกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า150 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณเพียง 6 ล้านดอลลาร์
เรียกได้ว่าทะลุเป้าไปไกลมากและกลายเป็นหนึ่งในหนังขึ้งหิ้งของฮอลลีวู้ดจนถึงทุกวันนี้…