ภาพยนต์

ส่องโรงหนังใหม่ ICON CINECONIC มีอะไรพิเศษบ้าง? – ตอนที่ 2

ในตอนที่แล้ว เราได้พาคุณไปสำรวจโรงหนังแห่งใหม่ ไอคอน ซีเนคอนิค
กันไปส่วนหนึ่ง แต่ความพิเศษน่าสนใจของที่นี่ยังไม่หมด เรามาดูกันต่อเลย

5.ภาพคมชัดกว่า ด้วยระบบฉายแบบเลเซอร์

ระบบเลเซอร์เพล็กซ์ ถือเป็นระบบฉายแบบใหม่ล่าสุด
ซึ่งทุกโรงภาพยนตร์จะฉายด้วยเลเซอร์โปรเจกเตอร์ที่พัฒนาการฉายไปอีกขั้น
ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับภาพที่คมชัดสมจริงมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า

6.ภาพที่สมูธขึ้นในโรง IMAX

โรงภาพยนตร์ IMAX ที่นี่
มีเครื่องฉายระบบไอแมกซ์รุ่นที่รองรับการฉายภาพแบบไฮเฟรมเรต
ที่รองรับภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในระบบนี้ได้ในอนาคต
ซึ่งภาพจะมีความสมูทมากขึ้นในฉากที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ช่วยลดอาการเบลอของภาพ
ซึ่งจะเป็นเพิ่มประสบการณ์ความสมบูรณ์แบบอีกระดับของคนรักหนัง

7.เอฟเฟกต์ใหม่ในโรง 4DX

โรงภาพยนตร์ 4DX ที่ ไอคอน ซีเนคอนิค จะมีเอฟเฟกต์พายุหมอก
ถือเป็นเอฟเฟกต์ใหม่เพียงที่เดียว
และมาพร้อมกับระบบการฉายแบบเลเซอร์ที่ให้สีสันสดใส
สวยงามกว่าเครื่องฉายแบบเดิม พร้อมกับติดตั้งลำโพง JBL รุ่นล่าสุด
ช่วยลดจุดอับของเสียงในโรงภาพยนตร์ให้น้อยลง ให้เสียงคมชัดครอบคลุมทุกที่นั่ง

8.เปิดประสบการณ์ชมภาพยนตร์สุดหรู

ICONIC Dine in Cinema โรงภาพยนตร์ VIP ที่จะพาคุณไปชมภาพยนตร์แบบสบายๆ
บนเก้าอี้ VIP Opera Chair ที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารเครื่องดื่ม Set
สุดพิเศษจากเมนูร้านอาหารชื่อดัง
สะดวกสบายกับชั้นพื้นที่พิเศษสำหรับวางอาหารเครื่องดื่ม
พร้อมปุ่มกดเรียกบริการจากพนักงานภายในโรงแบบส่วนตัว
ให้คุณสะดวกสบายไปอีกระดับ

9.ความพิเศษแบบส่วนตัวไม่เหมือนใคร

สำหรับใครที่อยากได้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว Living Room Theatre
พาคุณสัมผัสประสบการณ์เสมือนดูหนังอยู่ที่บ้าน พร้อมคนสนิท
สนุกกับปาร์ตี้ส่วนตัวให้เลือกดูหนังที่ชอบ พร้อมบริการระดับพรีเมียมกับ
เอ็กซ์คลูซีฟเลานจ์ รับรองด้วยอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย
กับเมนูชั้นนำจากร้านอาหารชื่อดัง

10.เติมความอร่อยของป๊อปคอร์นได้ตามใจ

Popcorn Bar ที่เดียวที่ให้คุณได้สนุกกับการเติมเต็มความอร่อยอีกระดับ
กับความหลากหลายของทอปปิงเฟลเวอร์ส
ให้เลือกเติมรสชาติความอร่อยในแบบที่คุณชื่นชอบ นอกจากนี้
ยังมาพร้อมป๊อปคอร์นรสใหม่ สัญชาติไทยที่รังสรรค์ความอร่อยแบบไทย ๆ เช่น
ป๊อปคอร์น รสสะเต๊ะ, รสน้ำยาปู ซึ่งมีเฉพาะที่ ไอคอน ซีเนคอนิค เท่านั้น…

ภาพยนต์

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1993 : Jurassic Park

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1993
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Jurassic Park หรือ
กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์ ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของ ไมเคิล
ไครชตัน ภายใต้ฝีมือการกำกับของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก พ่อมดฮอลลีวู้ด
ภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park หรือ กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์
กล่าวถึงเรื่องราวของงเศรษฐีระดับโลก
ผู้ต้องการสร้างสวนสัตว์ที่เหนือจินตนาการ
ราวกับทำให้ความฝันของตนนั้นกลายเป็นความจริงแก่เด็กทั้งโลก
จากการค้นพบฟอสซิลยุงในยุคดึกดำบรรพ์ที่ถูกสตาฟไว้ในก้อน อำพัน
ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ทำให้สามารถดึงเอา DNA
ของไดโนเสาร์ที่ยุงนั้นดูดเลือดไป
มาทำการเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์หลากสายพันธุ์ขึ้นมาได้
และโครงการสวนสัตว์จูราสสิก ปาร์ค ของมหาเศรษฐีวัยชรานาม
จอห์น แฮมมอนด์ แห่งบริษัท InGen บนเกาะ Isla Nublar
ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ปาร์คจะเปิดทำการ จอห์น แฮมมอนด์
ได้ให้เกียรติรับเชิญบุคลากรสำคัญในแวดวงบรรพชีวิน
นักวิทยาศาสตร์ และทนายความ
ให้เข้าเยี่ยมชมภาพรวมของปาร์คเป็นคนกลุ่มแรกของโลก
แต่ช่วงเวลานั้นกลับประจวบเหมาะกับที่พนักงาน IT
ใจคดคนหนึ่งของศูนย์วิจัยในปาร์ค ต้องการนำ DNA
ไดโนเสาร์ที่สกัดมาได้ไปขายแก่นายทุนคู่แข่ง
จึงได้แฮ็คระบบรักษาความปลอดภัย และตัดไฟของปาร์คทั้งหมด
เพื่อขโมยขวดบรรจุ DNA เหล่านั้นออกจากเกาะแห่งนี้
เรื่องดังกล่าวนำมาสู่ความหายนะ
เมื่อพายุเฮอริเคนเข้าถล่มเกาะในคืนตัดไฟพอดิบพอดี
เมื่อรั้วไฟฟ้าที่กั้นไดโนเสาร์สิ้นศักยภาพ
ท่ามกลางความมืดมิดของพายุฝนบนเกาะที่ไม่มีทางออก
เหล่าผู้โชคร้ายทั้งหลายจึงจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์โลก
ล้านปีที่ทั้งอ่อนโยนใจดี และดุร้ายอันตรายกว่าสัตว์ร้ายใดๆ
ที่เคยมีมาในโลกใบนี้ พร้อมเอาตัวรอดจากเกาะใบนี้ให้ได้
แน่นอนว่าด้วยเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่
และเทคนิคการถ่ายทำที่ยอดเยี่ยมของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ทำให้
Jurassic Park หรือ กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์
กลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมแห่งปีภายในระยะเวลารวดเร็ว
ทำรายได้ถล่มทลายทุกประเทศที่เข้าฉาย
ไม่แม้แต่เว้นประเทศไทย
นั่นทำให้ Jurassic Park หรือ กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์
ทำสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกนานถึง 3 ปี
ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติลงโดย สตาร์ วอร์ส ฉบับฉายใหม่ ในปี
1996 แต่ก็ยังทำรายได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบันเป็นอันดับ 17 ของ
Box Office ทั่วโลก
นอกจากนี้ Jurassic Park หรือ กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์
ยังคว้ารางวัลออสการ์ 3 สาขา มานอนกอด คือ
เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, ลำดับเสียงยอดเยี่ยม และ
บันทึกเสียงยอดเยี่ยม
คุณจึงไม่ควรพลาดหนังภาคแรกก่อนจะมีออกฉายจนถึงปัจจุบันรวมแล้ว 4 ภาค
เชื่อเถอะว่าแม้นเราอยู่ในยุคที่ผู้คนค้นพบวิวัฒนาการใหม่ๆ
ล้ำยุคไปมากกว่าการค้นพบไดโนเสาร์แล้ว
แต่การได้เห็นบรรพบุรุษยุคดึกดำบรรพ์ออกมาเคลื่อนไหวแบบสมจริง
การชม Jurassic Park หรือ กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์
จะทำให้คุณต้องรีบหาภาคอื่นมาดูจนครบเลยทีเดียว…

ภาพยนต์

3 อนิเมะน่าสนใจแห่งปี

Cardcaptor Sakura: Clear Card-hen
เรื่องย่อ: ช่วงมัธยมต้น ซากุระได้ฝันประหลาดที่พบคนในชุดคลุม
แล้วพบว่าอัลบั้มการ์ดที่สะสมมากลับว่างเปล่าไม่เหลือการ์ดที่เคยสะสมมา ทำให้เธอและเพื่อนต้องหาเหตุผล
เธอยังได้พบศัตรูตนใหม่ เมื่อชนะได้กลับได้รับการ์ดใส ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
การ์ดแคปเตอร์ซากุระ หรือ ซากุระมือปราบไพ่ทาโรต์ นั้นเป็นอีกเรื่องที่ผมจะแนะนำเลยครับ
เพราะเป็นการ์ตูนในตำนานที่ทุกคนรู้จัก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการตอนสู้ที่ตัวเอกเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง
ที่ต้องตามหาการ์ดที่หายไปให้ครบ ขนาดพี่ในที่ฝึกงานผมยังแนะนำให้ดูเลย
ผมก็คิดว่าผู้อ่านทุกท่านก็น่าจะชอบและลองหาดูกันนะครับ ว่าทำไมพี่ในที่ฝึกงานผมถึงแนะนำให้ดู
มันสนุกอย่างไงลองไปหาคำตอบดูกัน
Full Metal Panic! Invisible Victory
กองกำลังปริศนาที่เรียกตนเองว่า มิธริล (Mithril) ได้เข้าแทรกแซงสงครามและการก่อการร้ายทั่วโลก
เพื่อความสงบสุขและใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า มีการบริหารโดยคนที่มีความสามารถที่เรียกว่า Whispered
ที่มีพรสวรรค์และความรู้ในด้านเครื่องจักรกลดีกว่าคนทั่วไป “ซาการะ โซสึเกะ” พลทหารวัย 17 ปี
ได้รับภารกิจให้ไปปกป้อง “คานาเมะ จิโดริ” นักเรียนมัธยมปลายหญิงที่มีคุณสมบัติของ Whispered
ที่อาจตกเป็นเป้าของการก่อการร้าย โดยไม่ให้เธอรู้ตัว อย่างไรก็ตาม โซสึเกะ
ที่โตมาจากสงครามตั้งแต่เด็กก่อนได้รับการช่วยเหลือจากมิธริล
ทำให้ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนทีมีความสงบสุขไม่ค่อยสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็นนัก
เรื่องนี้เป็นภาคที่ 4 แต่ละ ภาคมีดังนี้
Full Metal Panic! (2002) ผลิตโดย Gonzo จำนวน 24 ตอน
Full Metal Panic? Fumoffu (2003) ผลิตโดย Kyoto Animation จำนวน 12 ตอน
Full Metal Panic! The Second Raid (2006) ผลิตโดย Kyoto Animation จำนวน 13 ตอน + OVA 1 ตอน
Full Metal Panic! Invisible Victory (2018) ผลิตโดย XEBEC
Basilisk: Ouka Ninpouchou
ในปี ค.ศ. 1626 ผ่านไปร่วม 12 ปี หลังจากศึกระหว่างนินจาฝ่ายโคงะและอิงะที่กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
แต่ทว่าทั้งสองฝ่ายยังเหลือทายาทที่ได้รับพลังเนตรจากพ่อและแม่ตนอย่างมีปริศนา วันหนึ่ง “ทาดานากะ” (คุนิจิโยะ)
ยังคงมีความแคลงใจกับผลการตัดสินที่อาจมีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างบุตรของฮันโซและพวกนินจาอิงะ
ที่ทำให้ตนต้องเสียโอกาสได้เป็นโชกุน ในขณะที่ฝ่ายอิงะและโคงะ
ต้องเผชิญกับพวกผู้ใช้พลังที่รับใช้ราชวงศ์อยู่เบื้องหลังและเข้าเล่นงานทั้งสองฝ่าย
ภาค 1 Basilisk ผลิตโดยสตูดิโอ Gonzo ในปี 2005 จำนวน 24 ตอนจบ และมีภาค Live Action ในปีเดียวกันในชื่อ
Basilisk: Shinobi Heart Under Blade
ภาค 1 Basilisk: Ouka Ninpouchou
ผลิตโดยบริษัท Seven Arcs Pictures เริ่มฉายทางโทรทัศน์ในประเทศญี่ปุ่นเดือน
มกราคม 2561 (Winter 2018)…

เกมออนไลน์สล็อต - เหตุผลวัตถุประสงค์ของเครื่องสล็อต

เกมออนไลน์สล็อต – เหตุผลวัตถุประสงค์ของเครื่องสล็อต

เครื่องสล็อตได้รับรอบหลายปีตอนนี้คุณสามารถเดินเข้าไปในคาสิโนใด ๆ ทั่วโลกและคุณจะพบช่องเสียบเครื่องจักรกลึงชื่อของคุณ ในโลกปัจจุบันของเทคโนโลยีคุณสามารถเล่นเกมสล็อตออนไลน์ได้แล้ว คุณไม่ต้องใช้คันโยกอีกต่อไปเพียงลากเมาส์ไปยังที่ที่คุณต้องการและจะทำหน้าที่เป็นคันโยก ยังมีความสนุกและความตื่นเต้นมากมายในการเล่นเกมสล็อตออนไลน์ มันง่ายเพียงอย่างเดียวและไม่มีใครต้องต่อสู้กับทุกคนที่ยืนรอคอยเครื่องสล็อตของคุณ เกมสล็อตออนไลน์จำนวนมากอาจให้เปอร์เซ็นต์การคืนทุนได้ดีกว่าจึงนำเกมสล็อตเก่าเหล่านี้มาใช้ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด

มีหลายเกมสล็อตออนไลน์ที่ฟรีหรือคุณสามารถจ่ายสำหรับพวกเขาจริงการพนันออนไลน์และสามารถนำมาในการชนะรางวัลใหญ่ พวกเขาทั้งหมดมีแฟนซี ‘เครื่องสล็อตกราฟิกที่คมชัดและทุกหยุดและนกหวีดที่คุณจะเห็นที่คาสิโนใด ๆ หนึ่งสามารถชนะเงินเป็นจำนวนมากจริงหรือเล่นเงินมันยังมีความตื่นเต้นที่ไม่สามารถเอาชนะลิงก์นี้

พวกเขาเกมสล็อตออนไลน์มีภาพที่แตกต่างกันจำนวนมากจากเสือกับแอปเปิ้ล, กล้วยและเชอร์รี่ เมื่อคุณได้รับทั้งสามที่คุณชนะ หลายคนใช้ RTG (Real Time Gaming) เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำสำหรับสล็อต ซึ่งรวมถึงการดาวน์โหลดไคลเอนต์แบบแฟลชและแบบเคลื่อนที่คุณสามารถเล่นเกมได้ทุกที่ที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีสล็อตโปรเกรสซีฟคุณสามารถชนะแจ็คพ็อตในชีวิตได้เป็นเวลานานและคุณต้องจ่ายเงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์เช่นเดียวกับการพนันทั้งหมดโอกาสในการชนะคพ็อตก็เหมือนกับการชนะการจับสลากไม่ดีเท่า แต่ก็สนุกพวกเขากล่าวว่าการเล่นเป็นเหรียญจำนวนมากที่คุณต้องชนะคพ็อตความเสี่ยงสูงขึ้นและเพื่อเป็นจ่ายออก

กฎมีความเรียบง่ายเมื่อเล่นเกมสล็อตออนไลน์หนึ่งก็ต้องรู้ว่าปุ่มที่จะตีชนะหรือไม่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีระหว่าง 4-6 วงล้อและถึงยี่สิบห้าสายจ่าย มีแม้แต่เกมโบนัส; เหล่านี้ทำให้เกมมีความท้าทายมากขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบชุดค่าผสมที่ชนะแล้วเปอร์เซ็นต์การจ่ายเงินก่อนเริ่มเกมจะช่วยให้คุณชนะได้มากขึ้น เกมออนไลน์ฟรีสล็อตเป็นวิธีที่จะไปถ้าคุณไม่ได้มีเงินที่จะนำออกไปเล่นการพนัน นี่ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเกมที่มีโอกาสไม่มีชุดกฎที่จะกล่าวว่าจะเอาชนะได้อย่างไรในสล็อตเกือบจะเหมือนกับการตีและพลาด

การเล่นเกมสล็อตออนไลน์ฟรีเป็นวิธีที่ดีในการหนีจากโลกและเป็นปัญหาและคุณจะไม่สามารถระบายบัญชีธนาคารของคุณได้ บางเกมสล็อตออนไลน์จะให้เครดิตกับการชิงโชคคุณสามารถชนะเงินได้และนี่อาจเป็นเงินจริง เกมฟรียังคงมีทั้งหมดหยุดและ whistles เช่นเดียวกับคนจ่าย …

ภาพยนต์

Cold Pursuit – ล้างแค้นแสนอำมหิต

Cold Pursuit – ล้างแค้นแสนอำมหิต
ชนิด : Drama,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : ฮาน เพตเตอร์ โมแลนด์
นักแสดง : Emmy Rossum, Laura Dern, Liam Neeson
วันที่ฉาย : 8 ก.พ. 2562
การกลับมาอีกครั้งของนักแสดงที่หลายๆคนต้องรู้จัก เลียม นีสัน (Liam Neeson) 
นักแสดงชาวไอร์แลนด์ที่มีผลงานมากมายนับกันแทบไม่ไหว แต่ที่แน่ๆ
เขาได้เริ่มมีชื่อเสียงกันในรูปภาพยนตร์เรื่อง Star Wars Episode I: The Phantom Menace 
ไปตามมองกันรวมทั้งเขายังรับเล่นหนังแนวบล็อกบัสเตอร์หลายเรื่องดังเช่นว่า The Dead Pool, 
Darkman, Rob Roy, Kingdom of Heaven, Batman Begins, 
รวมทั้ง Taken ผลงานมากมายจริงๆ
รวมทั้งปัจจุบันเขาได้กลับมารับบทนำแสดงอีกรอบในภาพยนตร์เรื่อง Cold Pursuit –ล้างแค้นแสนอำมหิต 
หนังบู๊เรื่องใหม่ออกฉายปีหน้า 8 ก.พ. 2562 เราจะมาดูกันว่านักแสดงรุ่นใหญ่คนนี้จะยังมีความโหดอยู่มากแค่ไหน
เดิมทีภาพยนตร์เรื่อง Cold Pursuit –ล้างแค้นแสนอำมหิต 
มีชื่อว่า Hard Powder สร้างจากหนังนอร์เวย์ Order of Disappearance 
ที่ออกฉายในปี 2014 ซึ่งฉบับนั้นได้สเตลแลน สการ์สการ์ด 
รับบทนำแสดงเรื่องนี้ ในเรื่องนี้ เลียม นีสัน (Liam Neeson) 
รับบทบาทเป็นคนขับรถกำจัดหิมะของลานสกีในเมืองชื่อ คีโฮ รัฐโคโลราโด 
เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นและใจดี เขามีลูกชายและภรรยาที่น่ารัก 
แต่แล้ววันหนึ่งเค้าต้องได้รับข่าวร้ายอย่างฉับพลัน
ลูกชายของเขาต้องตายโดยการวินิจฉัยพบว่าลูกของเขาเสพยาเฮโรอีนเกินขนาด 
แต่ว่าเขารู้ดีว่าลูกชายไม่ใช่เด็กติดยา จึงออกสืบข้อเท็จจริงว่าเป็นฝีมือของแก๊งค้ายาถิ่นไหน การล้างแค้นจึงได้เริ่มขึ้น
ภาพยนตร์ของผู้กำกับ ฮาน เพตเตอร์ โมแลนด์
จากผู้กำกับคนเดียวกันกับภาพยนตร์ In Order of Disappearance (2014) 
รับหน้าที่กำกับฉบับรีเมกนี้เองจะน่าชมขนาดไหน 8 กุมภาพันธ์ 2562 มาชมพร้อมๆกันที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ…

ภาพยนต์

Mortal Engines ” สมรภูมิล่าเมือง จักรกลมรณะ “

เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ?
หนังดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน
ที่ว่าด้วยโลกดิสโทเปียในอนาคตที่เปลือกโลกแยกและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
จากการก่อสงครามอาวุธนิวเคลียของมนุษย์ในอดีต
ทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวและสร้างเมืองที่อยู่บนเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ตลอด เฮสเตอร์ ชอว์
เด็กสาวลึกลับได้แฝงตัวเข้ามาในเครื่องจักรเมืองลอนดอน มหานครยักษ์เคลื่อนที่ เพื่อหวังจะโจมตีเป้าหมายอย่าง
ธาเดอุส วาเลนไทน์ ผู้ที่เป็นเหมือนนักวิจัยที่ประชาชนในลอนดอนเลื่อมใส ด้วยเหตุผลที่ว่าเขา เคยฆ่าแม่ของเธอ
อีกทั้งวาเลนไทน์ยังดูเหมือนมีแผนการบางอย่าง แอบซ่อนอยู่อีกด้วย
คือตอนแรกคิดว่าหนังจะแย่กว่านี้เอามากๆทำให้โยนความคาดหวังที่มีกับหนังทิ้งไปจนหมดเกลี้ยง
แต่พอมาดูจริงๆโอเคแหละว่าหนังมันไม่ได้ดีเลย แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายขนาดนั้น
เพราะหนังมีวัตถุดิบที่ดีมากๆคอนเซปต์โดยรวมของเรื่องมันน่าสนใจหลายจุดเลย
แต่หนังเหมือนกับเป็น คนที่ไปรู้เรื่องราวสนุกมา แต่เอามาเล่าต่อไม่เป็น มันก็เลยออกมาแป้กๆ
ไม่ได้สนุกเท่าที่ตัวเรื่องราวจริงๆมันควรจะเป็น โดยเฉพาะพาร์ทของตัวละครที่โคตรไม่ได้เลย
แล้วหนังมันดำเนินเรื่องส่วนใหญ่ไปกับสองตัวละครหลัก แต่ว่าตรงนั้นมันไม่ได้สนุกหรือน่าติดตาม
ทำให้หนังเสียแอร์ไทม์ไปเยอะกับส่วนที่น่ารำคาญๆตรงจุดนี้ถือว่าน่าเสียดายมากจริงๆ
เพราะถ้าเกิดหนังปรับในส่วนของการเล่าเรื่องได้หนังเรื่องนี้จะสนุกและก็น่าดึงดูดกว่านี้เอามากๆ
จุดเด่นของหนังเลยคือการที่ผู้กำกับเหมือนเป็นสายซีจี งานสร้างในส่วน วิชวลเอฟเฟค
ซีจีอะไรต่างๆมันเลยออกมาเนียน ออกมาสวยงามประมาณนึงเลย ภาพสวยมากๆ
เนรมิตรโลกรวมทั้งเครื่องจักรออกมาได้ดูดี และตรงจุดนี้มันช่วยให้ฉากไล่ล่า
และฉากในช่วงท้ายมันดูสนุกขึ้น (ซึ่งเป็นไม่กี่ช่วงของเรื่องที่สนุก)
โดยรวมแล้ว Mortal Engines ก็เป็นหนังที่ไม่ได้ถึงกับแย่อะไร พอดูได้ประมาณนึง
ถ้าเกิดใครที่สนใจหรืออยากดูอยู่และลองไปชมกันได้ครับ แต่อาจจะต้องลดความคาดหวังลงไปเสียหน่อย
ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าเสียดายเพราะมันไปได้สุดในหลายๆด้าน ได้มากกว่านี้จริงๆครับ…

ภาพยนต์

หนัง Slumber – ผีอำผวา

ถึงแม้มันจะไม่ได้ใหม่อะไรแต่ว่าเนื้อหาแล้วก็ตัวละครที่เลือกมาเล่าระหว่างครอบครัวคนธรรมดาๆ
ที่ถูกผีปีศาจอำกับหมอที่อดีตในวัยเด็กเคยประสบกับเรื่องนี้มาเหมือนกัน
แต่เมื่อเติบโตมาเป็นแพทย์ที่ยึดแต่ว่าเหตุผลด้านวิทยาศาสตร์ทำให้การที่จะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ
พวกนั้นมันเกิดความย้อนแย้งภายในใจมันสัมผัสได้น่าสนใจดี
แต่ว่าจนถึงแล้วจนถึงเล่าหนังก็ฝืนตรรกะจุดละเล็กละน้อยจนถึงทำให้มีความรู้สึกหนังทั้งเรื่องมันโหว่แหว่ง
และไม่น่าเชื่อถืออยู่พอสมควร รวมทั้งช่วงแรกๆ
ของหนังก็ค่อนข้างจะน่ารำคาญเมื่อหนังเลือกที่จะเล่าปูตัวละครหมอนางเอก
ในสิ่งที่ผู้ชมสามารถคาดเดาได้ก่อนไม่ยากว่าหนังจะพาไปสู่จุดหักเหของเรื่องแบบไหน
แต่สถานการณ์ของหนังโดยรวมทั้งเรื่องมันก็สร้างความบันเทิงได้อยู่
ชอบที่เป็นหนังผีปีศาจที่ไม่ค่อยได้เห็นตัวผีสักเท่าไหร่
รวมทั้งภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกทั้ง 4 คนที่ถูกผีอำทั้งบ้านก็น่ากลัวและ
สร้างความน่าสงสารน่าเห็นใจได้ไม่น้อยในขณะที่ดูไปก็คิดเปรียบเทียบ
ว่าถ้าหากบ้านตนเองตกอยู่ในเหตุการณ์อย่างนี้แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ยังไง
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วบทหนังมีความกระอักกระอ่วนหลายแบบมาก
ที่จะทำให้หนังทั้งเรื่องนั้นเข้มข้นขึ้นได้แต่ว่าหนังกลับไม่ได้ขุดคุ้ยและตบตีมันให้เข้าที่
และส่งแรงระเบิดได้มากสักเท่าไหร่ อย่างเช่น ความกระอักกระอ่วนที่บางตัวละครต้องเสียสละ
หรือเหตุผลอันหนักแน่นที่นางเอกหมอไม่ยอมช่วยเหลือครอบครัวนี้ในตอนแรก
แถมยังถูกกลบด้วยความน่าเชื่อถืออื่นๆ
ถึงเงื่อนไขของปีศาจที่ไม่แน่นอนและ
ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถจัดการได้ด้วยวิธีที่หนังเลือกจบเรื่องราวลง
เพราะขาดความชัดเจนและการอ้างอิง
เพื่อสร้างความเชื่อที่จะนำไปสู่ทางออกของสถานการณ์นี้ได้
คือโอเคกับจุดจบของทุกตัวละคร
แต่ไม่ชอบวิธีการเล่าที่มันไม่ชัดเจนจนไม่น่าเชื่อและส่งผลให้ไม่อินตาม…

ภาพยนต์

รีวิว น้อง-พี่-ที่รัก

หลังดูจบก็ยอมรับว่าหนังสามารถทำให้ผู้ชม
เห็นตัวละครได้ทุกอารมณ์ทั้ง ตลกขบขัน ความรักของแฟน
ความรักของพี่น้อง เศร้า ซึ้ง ดราม่า หนังทำได้ทุกอย่าง
ก็ต้องยอมรับว่าหนังของค่าย GDH นี่ไม่ธรรมดาทุกเรื่องเลยจริงๆ
คนที่เป็นลูกคนเดียวก็ดูหนังนี้ได้ คนมีพี่น้องยิ่งต้องดู
ถือว่าเป็นหนังไทยเพชรน้ำงามของปีนี้อย่างยิ่งจริงๆ

คุณภาพของภาพและเสียง
ภาพชัดมาก มุมกล้องแต่ละฉากก็สวยมาก
บางทีเราก็มีความรู้สึกว่ามุมกล้องแบบนี้เค้าคิดได้อย่างไร
มันดีมาก มันมีเรื่องราวจากมุมกล้องเลยจริงๆเสียงหรือ Sound ก็ใส่ได้ถูกจังหวะ
เพลงประกอบก็เข้ากับหนังมาก ย้ำว่ามาก จนออกจากโรงก็เปิดหาเพลงมาฟังเลยละ
แต่ว่ามีข้อติคือภาพยนตร์ไทยจอของหนังมันไม่กว้างคือไม่ได้ยืดไปสุดขอบซ้ายขวา
ดูกี่เรื่องหน้าจอมันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตลอดเลย มันเหมือนใช้เนื้อที่หน้าจอในโรงไม่คุ้มอะ
แต่พอดูไปสักพักก็ชินครับ (แต่มันน่าหงุดหงิดจริงๆนะ)

บทหนัง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
บทหนังและเนื้อเรื่องทำได้ดีมากๆแบบว่าเราเดาไม่ออกเลยว่าเนื้อเรื่องจะไปทางไหน
ความสัมพันธ์เรื่องพี่น้องที่เป็นความสัมพันธ์สำคัญเป็นเส้นเรื่องหลักของหนัง
ทำได้ดีกว่าที่คิดมาก บางคนน่าจะอินกับความสัมพันธ์ พฤติกรรมพี่-น้องแบบนี้จนต้องรู้สึกว่าใช่เลยแน่ๆ
ฉากที่พีคก็ทำได้สุดจริงๆและอีกอย่างที่ชอบมากๆก็คือที่ตัวอย่างหลอกเราไปทางนึง พอมาดูจริงๆ
เนื้อเรื่องไม่ใช่แบบในตัวอย่าง ทำให้พวกเราคิดว่าเรื่องราวไม่โดนสปอยล์จากตัวอย่าง
ทำให้พวกเราดูหนังได้เต็มที่แบบสุดๆไปเลย ส่วนการดำเนินเรื่อง ฉากตลกคือถูกใจมาก
ซันนี่เล่นได้ดีและเคมีเข้ากับญาญ่ามาก ฉากซึ้งดราม่าก็ทำได้ดี แต่ว่ามีบางฉากลากยาวมาก
ทำให้จะซึ้งก็ไม่ซึ้งซะงั้น แถมบางทีแอบน่าเบื่อ กลายเป็นหนังยาวที่มีบางฉากน่าเบื่ออยู่

ด้านดี
แน่นอนซันนี่และญาญ่าเล่นได้เข้ากันมาก
บอกถึงความเป็นพี่น้องได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก
เรื่องราวที่เดาไม่ออกทำให้เราตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องตลอดเวลา
ฉากตลกซันนี่ทำได้ดีมากๆฮาทุกฉากเลยนะไม่มีแป๊กเลย
ซันนี้ทำให้หนังสนุกขึ้นมาหลายเท่า เป็นคนแบกหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้
และซันนี่ก็ทำออกมาได้ดี ดีมาก ถูกใจผมมากเลยครับ ส่วนญาญ่าก็มีหลุดๆ
บ้างแต่อย่างที่บอกว่าเคมีตรงกันมาก ฉากรักลื่นไหล
ฉากดราม่าก็เข้าถึงอารมณ์ ดูแล้วคุณอาจจะหลงรักญาญ่าไปด้วยเลยครับ

ด้านแย่
หน้าจอเลยครับผม หน้าจอไม่กว้าง มันขัดตาตอนแรกๆแต่พอดูสักพักก็จะชินครับ
อีกเรื่องคือนิชคุณ คือเล่นแข็งพอสมควรแต่ผู้กำกับก็เก่งมากนะ
เพราะรู้ว่านิชคุณเล่นแข็ง ก็ทำให้คาแรกเตอร์ของโมจิที่นิชคุณเล่น
มีบุคลิกแข็งๆไปด้วยเลย แต่ก็มีอะไรที่ขัดใจผมตลอดเวลา
มันหงุดหงิดจริงๆ(ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ)

น้อง-พี่-ที่รักถือเป็นหนังไทยที่ดีมากๆในปีนี้เลยครับ
ก็อยากแนะนำให้ทุกคนเข้าไปดู รับรองว่าต้องไม่ผิดหวัง
แถมบางคนอาจจะซึ้งจนร้องไห้เลยทีเดียว…

ภาพยนต์

Logan

Logan
ว่าด้วยเรื่องราวของวูล์ฟเวอรีนที่วันหนึ่งคุณสมบัติทางร่างกายเริ่มเสื่อมถอยไปตามอา
ยุและกาลเวลา ในปี 2029 มนุษย์กลายพันธุ์ตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์
โลแกนผู้โดดเดี่ยวท้อแท้ได้แต่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ
ในที่หลบภัยอันห่างไกลแถบชายแดนเม็กซิโกและหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ
จากการเป็นคนขับรถรับจ้าง เพื่อนผู้ลี้ภัยของเขาคือคาลิบันผู้ถูกเนรเทศ
รวมถึงศาสตราจารย์เอ็กซ์ซึ่งกำลังป่วยและพลังจิตถูกรบกวนจากอาการชักที่หนักขึ้น
เรื่อย ๆ
แต่แล้วโลแกนกลับต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะหลบเลี่ยงโลกภายนอกและชีวิตที่ผ่านม
า เมื่อหญิงลึกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำขอร้องเร่งด่วน
เธอขอให้โลแกนช่วยพาเด็กสาวที่มีความพิเศษคนหนึ่งไปส่งยังที่ปลอดภัย
ในไม่ช้าโลแกนก็ต้องใช้กรงเล็บเพื่อเผชิญกับพลังมืดและวายร้ายจากอดีตของเขาเอ
งในภารกิจเสี่ยงตาย
ภารกิจครั้งนี้จะนำนักสู้ผู้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานสู่หนทางเพื่อบรรลุโชคชะตาของต
นเอง

ความน่าสนใจและความพีคของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะอยู่ที่เด็กสาวสุดน่ารักอย่าง
ดาฟนี คีน (Dafne Keen)
น่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอได้สร้างผลงานบนจอเงินเลยก็ว่าได้
เธอรับบทเป็นเด็กสาวผู้มีกรงเล็บคล้ายกับวูล์ฟเวอรีน
ซึ่งความสามารถทางการแสดงของเด็กสาวคนนี้ดูแล้วไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
เริ่มตั้งแต่การเล่นหูเล่นตา การแสดงสีหน้า และการออกท่าแอคชั่นต่าง ๆ
ล้วนแล้วแต่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง และทำให้เชื่อได้จริง ๆ
ว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวที่ใช้ชีวิตบนพื้นหญ้าแล้วมีม้ายูนิคอร์นสีรุ้งเป็นฉากประกอบแน่ ๆ

นอกจากสาวน้อยสุดน่ารักแล้ว นักแสดงคนเดิมเพิ่มเติมคือความชราอย่าง ฮิวจ์
แจ็กแมน (Hugh Jackman) และ แพทริก สจ๊วต (Patrick Stewart)
ก็ยังโชว์ความสามารถทางการแสดงได้คงเส้นคงวาเสมอต้นเสมอปลาย
โดยเฉพาะลุงแพทริกที่ต้องแก่ตามบทในภาพยนตร์ก็แสดงออกมาได้เหมือนคุณปู่
อากง อาก๊ง ที่เราคุ้นตาออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ

ตั้งแต่ตัวอย่างภาพยนตร์ที่ปล่อยออกมาให้ชมก่อนหน้านี้นั้น
นอกจากจะโชว์ความสามารถของเด็กสาวคนใหม่แล้ว
ยังเน้นความรู้สึกของความแห้งเหี่ยวโรยราได้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในฉากต่าง ๆ
ตัวละครนำที่ความสามารถก็มิอาจสู้สัจธรรมทั้งสี่อย่าง อันได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้
ก็ทำให้ภาพยนตร์ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อพลังวิเศษที่ทั้งสองคนมีเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้ในตลอดทั้งเรื่อง
ล้วนให้ความรู้สึกไม่เวอร์วังอลังการจนเกินไป
เริ่มใกล้เคียงกับมนุษย์ที่ไม่มีความสามารถพิเศษมากขึ้นไปทุกที
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ให้ความรู้สึกถึงพลังการต่อสู้ที่เริ่มเสื่อมถอยลงในภาคต่อสุดท้าย

แม้ว่าโทนภาพยนตร์จะดูอึมครึมสักเล็กน้อย
แต่ดาวเด่นดวงใหม่อย่างสาวน้อยแดฟนีพร้อมกับฉากแอคชั่นที่มีมาให้ชมตลอดทั้งเรื่
อง
ก็เหมือนเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้ภาพยนตร์สร้างความน่าสนใจและตื่นเต้นได้ตลอดเวล

ในภาคนี้อาวุธที่ใช้ส่วนใหญ่ก็คงจะหนีไม่พ้นกรงเล็บอดามันเทียมของทั้งสองคนที่ตวั
ดฟันศัตรูกันฉับ ๆ บ้าระห่ำ พอ ๆ
กับการแจกกระสุนหนึ่งคนหนึ่งเม็ดในภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง John Wick: Chapter 2
เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าคอแอคชั่นก็ยังคงตอบโจทย์ความมันส์ได้เหมือนภาคเก่า ๆ…

ภาพยนต์

รีวิว Sicario: Days of the Soldado

ภาคต่อของหนังแอคชั่น-ทริลเลอร์ ที่โคตรดิบ และโคตรเรียล
กับฉากแอคชั่นที่ไม่ได้มีเยอะแยะ แต่ว่าจับใจเกือบทุกฉาก
บวกด้วยความเฉียบแหลมของ Benicio Del Toro
ที่ภาคแรกได้เสียงวิจารณ์ในทางบวกอย่างล้นหลาม
จากฝีมือผู้กำกับ Denis Villeneuve แล้วก็ในภาคต่อนี้ได้เปลี่ยนคนคุมบังเหียนเป็น Stefano Sollima
ที่ไม่คุ้นเคยกับชื่อเขาเลยสักนิด – -” และแวปแรกที่ได้ดูตัวอย่างเราก็นึกว่ามันจะกลายเป็น “หนังแอ็คชั่น”
เต็มกำลังไปซะแล้ว แต่ผู้กำกับคนนี้ก็ยังคงมีเอกลักษณ์ความเป็นหนังที่ Less is more “แอ็คชั่นน้อย แต่ว่าตรงเป้าเต็มๆ”
คงความดิบจากภาคแรก แต่ว่าเข้าถึงง่ายกว่า เข้าใจง่ายกว่า แล้วก็แมสกว่าภาคแรกพอสมควร
ในภาคนี้ยังคงเกิดเรื่องราวแนวแอคชั่น-ทริลเลอร์ ที่ยังคงมีกลิ่นของภาคแรกอย่างคละคลุ้งเยอะไปหมด
เกิดเรื่องราวเกี่ยวกับแก๊งค้ายาในประเทศเม็กซิโกกับการจัดการไม่สนวิธีของอเมริกา
ที่ฝากฝังไว้กับ Matt Graver (Josh Brolin)
ทหารรับจ้างมากประสบการณ์จากภาคแรก ให้ทำภารกิจที่รัฐบาลอเมริกาจะไม่ขอออกหน้ารับใดๆทั้งนั้น
เมื่อกฏไม่มีความสำคัญ เขาก็เลยจำเป็นต้องเชิญ Alejandro (Benicio Del Toro)
มาเพื่อเคียงข้างร่วมปฏิบัติการภารกิจโค่นล้มเจ้าพ่อแก๊งค้ายาในประเทศเม็กซิโกโอกาสนี้
หนังยังคงความดิบกับฉากแอ็คชั่นดูเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เนื่องจากว่าฉากแอ็คชั่นในเรื่องอื่นๆ
จะต้องมีบทนำ เอื้อนเอ่ยกันถึงเพื่อนที่บาดเจ็บ หรือไม่ก็ทั้งสองฝ่ายยิงบทพูดใส่กัน
ที่บางเรื่องเผลอๆมากกว่ากระสุนเสียอีก แต่ว่าในเรื่องนี้ทั้งบรรยากาศการปะทะกัน เสียงปืน เสียกระสุนทะลุร่าง เลือด
และการตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆล้วนทำออกมาได้เยี่ยมสุดๆพวกเรายังคงได้เห็นบทพูดกับการแสดงเท่ๆ
ของ Benicio Del Toro ในบทบาทของ Alejandro อยู่ ถึงแม้ในภาคนี้ความสุขุม
ความเฉียบขาด และความเป็น “นักฆ่า” ของเขาอาจลดน้อยลงไป หนังเลือกที่จะเปิดเผยอดีต ความลับ
รวมทั้งด้านที่อ่อนโยนของตัวละครตัวนี้ออกมามากขึ้น แต่ว่านักแสดงตัวนั้นก็ยังมีตัวช่วยชูโรงอย่าง Josh Brolin
ในบท Matt Graver ที่ดูเด็ดขาด น่าเคารพ รวมทั้งดูเป็นตัวอันตรายมาก
กล่าวได้ว่าการตัดสินใจหลายๆอย่างในภาคนี้ ทำให้เขาใกล้เคียงคำว่า “มือสังหาร”
มากยิ่งขึ้นกว่าภาคแรกเยอะเลย การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆและก็เต็มไปด้วยปมให้คนดูสงสัย
ยิ่งจุดไคลแม็กท้ายเรื่องยังทำให้พวกเราตึงเครียดได้ไม่ต่างจากภาคแรก
รวมทั้งพวกเราก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าภาคต่อไปจะต้องทำออกมาได้ดีแน่นอน
มาพูดถึงสิ่งที่น่าเสียดายกันบ้างในภาคนี้ หนึ่งคือตัวของ Alejandro
ที่ภาคแรกเค้าดูไม่เป็นมิตรสุดๆลึกลับ แล้วก็เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตของ “นักฆ่า”
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ภาคนี้สิ่งเหล่านั้นกลับโดนลดทอนลงมา
บวกกับการตัดสินใจอันน่าประหลาดใจของเขาเกี่ยวกับบุตรสาวเจ้าพ่อแก๊งค้ายา
แล้วก็ประเด็นเรื่องที่ปะทะกับรัฐบาลประเทศเม็กซิโกที่หายไปซุกซนๆ
เสียอย่างงั้น สิ่งเหล่านั้นทำให้เกิดคำถามมากมายเต็มไปหมด
สรุปโดยรวมแล้วภาคนี้ไม่แพ้ภาคแรกเลย ถึงจะมีบางอย่างดรอคอยปลงไปบ้าง
แต่ว่าก็ยังน่าติดตาม เหมือนทำภาคนี้เพื่อปูทางไปภาคต่อได้อย่างน่าสนใจและน่าติดตาม…